เครื่องใช้ในครัวเรือน (Appliances)

ตู้เย็น 10 ยี่ห้อที่ดีที่สุดในปี 2564 ได้รับความนิยมสูงสุดและประหยัดพลังงาน

ตู้เย็น วิธีการจัดเก็บอาหารที่พบบ่อยที่สุดไม่มีอะไรนอกจากตู้เย็นเนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด ทุกบ้านต้องมีตู้เย็นติดบ้าน เพราะถ้าไม่มีตู้เย็นก็ไม่มีที่เก็บอาหารเป็นเวลานาน อาหารเสียโดยเฉพาะน้ำดื่มหากคุณไม่ดื่มน้ำเย็นก็จะไม่สดชื่นดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านหอพักโรงแรมสำนักงานหรือที่ใดก็ตามตู้เย็นมักจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้อันดับแรกที่หลายคนนึกถึงและต้องการ แต่จะมีวิธีการเลือกตู้เย็นอย่างไรให้เหมาะกับความต้องการของคุณเพราะตู้เย็นมีไม่กี่ประเภทตู้เย็น 2 ประตูตู้เย็นประตูเดียววันนี้เราทุกคนมาเรียนรู้วิธีการเลือกตู้เย็นยอดนิยมกันไปดูกันเลยว่า เลือก.

ตู้เย็น
ตู้เย็น

ตู้เย็น 10 ยี่ห้อประหยัดไฟที่สุด

1. ตู้เย็น Samsung Twin Cooling Plus 2 RT32K5534UT/ST

ตู้เย็น Samsung Twin Cooling Plus 2 รุ่น RT32K5534UT/ST การออกแบบเรียบง่าย ดูหรูหราสามารถเข้ากับห้องครัวของคุณได้เป็นอย่างดี มีช่องทำความเย็น 2 ช่อง ขนาดความจุ 11.4 คิว สามรถปรับโหมดการทำงานได้ 5 โหมดเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย ทำความเย็นได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงจึงทำให้อาหารสดใหม่ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ มีแผ่นกรองกำจัดกลิ่นที่มี Activated Carbonที่ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ มีปุ่มควบคุมความเย็นที่เพียงกดปุ่มก็สามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถที่ทำน้ำแข็งไว้ทานเองได้ในเวลาไม่นาน

ข้อดี
✓ ประหยัดไฟด้วย Digital Inverter Compressor
✓ แผ่นกรองกำจัดกลิ่นที่มี Activated Carbonที่ช่วยกำจัดแบคทีเรีย และเชื้อโรค และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์
✓ มีปุ่มPower Coolที่สามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็ว
ข้อเสีย
✘ เหมาะกับห้องครัวที่มีพื้นที่กว้าง

2. LG GN-B372SLCG

ตู้เย็น LG รุ่น GN-B372SLCG 2 ประตู ขนาดความจุ 11 คิว ระบบ Smart Inverter Compressor เครื่องทำงานเงียบ ความเย็นในตู้ปรับตามจำนวนของที่แช่ภายในตู้เย็นจึงสามารถประหยัดพลังงานได้ดีเครื่องไม่ต้องทำงานหนัก ชั้นวางของสามารถปรับระดับได้ตามความต้องการ อีกทั้งยังดึงออกได้ง่ายทำให้หยิบอาหารได้ง่ายมากขึ้น ช่องแช่ผักมีขนาดกว้างสามารถใส่อาหารได้เยอะและคงความสดใหม่ของอาหารได้นานเนื่องจากมีระบบกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง มีไฟLED ช่วยส่องสว่างมองเห็นอาหารได้ง่ายอีกทั้งยังประหยัดพลังงานไม่ว่าจะเปิดกี่ครั้งก็ไม่ต้องกลัวเปลืองค่าไฟ
ข้อดี
✓ ระบบ Smart Inverter Compressor เครื่องทำงานเงียบ สามารถประหยัดพลังงานได้ดี
✓ มีระบบกระจายความเย็นรอบทิศทาง ช่วยให้อาหารเย็นได้อย่างทั่วถึง
✓ ไฟLED ช่วยส่องสว่างมองเห็นอาหารได้ง่ายอีกทั้งยังประหยัดพลังงาน
ข้อเสีย
✘ เหมาะกับห้องครัวที่มีพื้นที่กว้าง

3. Hitachi R-V350PZ

ตู้เย็น Hitachi รุ่น R-V350PZ 2 ประตูขนาด 12.4 คิว ตู้เย็นขนาดใหญ่เพิ่มการใช้งานมากยิ่งขึ้น มีช่องใส่อาหารขนาดใหญ่ ชั้นวางของทำจากกระจกนิรภัยป้องกันรอยขีดข่วน รับน้ำหนักได้มากถึง 100 กิโลกรัม มี Dual Fan Cooling เพิ่มประสิทธิภาพพัดลมคู่ ทำความเย็นได้เร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น เก็บความเย็นได้มากถึง12ชั่วโมงเมื่อไฟฟ้าดับ มีฉนวนป้องกันความร้อนจากภายนอก มีไฟLED ช่วยส่องสว่างมองเห็นอาหารได้ง่ายอีกทั้งยังประหยัดพลังงาน

ข้อดี
✓ มี Dual Fan Cooling เพิ่มประสิทธิภาพพัดลมคู่ ทำความเย็นได้เร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
✓ มีฉนวนป้องกันความร้อนจากภายนอก รักษาความเย็นได้นาน 12 ชั่วโมงแม้ไฟดับ
✓ ชั้นวางของทำจากกระจกนิรภัยป้องกันรอยขีดข่วน รับน้ำหนักได้มากถึง 100 กิโลกรัม
ข้อเสีย
✘ เหมาะกับห้องครัวที่มีพื้นที่กว้าง

ตู้เย็น
ตู้เย็น

4. Samsung RT29K5511S8/ST

Samsung รุ่น RT29K5511S8/STสามารถปรับโหมดการทำงานได้ 5 โหมดเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย มีระบบ Twin Cooling System ทำความเย็นได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงด้วย สามารถทำน้ำแข็งและเครื่องดื่มเย็นได้ เครื่องทำงานเงียบ ไร้เสียงรบกวน มีไฟLED ด้านบนและด้านล่าง ช่วยส่องสว่างมองเห็นอาหารได้ง่ายอีกทั้งยังประหยัดพลังงาน

ข้อดี
✓ มีระบบTwin Cooling System ระบบทำความเย็นแยกอิสระ
✓ มีไฟLED ด้านบนและด้านล่าง ช่วยส่องสว่างมองเห็นอาหารได้ง่ายและประหยัดพลังงาน
✓ มีโหมดการทำงาน 5 Smart Conversion Mode ระบบสลับความเย็น
ข้อเสีย
✘ เหมาะกับห้องครัวที่มีพื้นที่กว้าง

5. Mitsubishi 2 MR-FV22N 7.2

ตู้เย็น Mitsubishi รุ่น MR-FV22N ขนาดความจุ 7.2 คิว ออกแบบ 2 ประตูบนและล่าง รุ่นนี้มีหลายสีให้เลือกตามความต้องการ สีเงางามด้วยสารเคลือบPCM เพิ่มความเงางาม มีพัดลมกระจายความเย็นได้ทั่วถึง ชั้นวางทำจากกระจกนิรภัย กล่องวางน้ำแข็งปรับย้ายได้ มีระบบฆ่าเชื้อโรคด้วยที่ผนังช่องแช่ ขอบยางผสมสารยับยั้งเชื้อโรค มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ช่วยประหยัดค่าไฟ

ข้อดี
✓ มีหลายสี สีเงางามดูหรูหราด้วย ทริม แถบโครเมียมเงางาม
✓ ชั้นวางทำจากกระจกนิรภัยในช่องแช่เย็น Tempered Glass Shelves รับน้ำหนักได้ถึง 100 กก.
✓ มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ช่วยประหยัดค่าไฟ
ข้อเสีย
✘ จากรีวิวผู้ใช้พบว่าตั้งค่าความเย็นค่อนข้างยาก

6. ตู้เย็น Samsung RT25FGRADUT/ST

ตู้เย็น Samsung รุ่น RT25FGRADUT/ST ขนาดความจุ 9.1 คิว 2 ประตูประหยัดพลังงานด้วยระบบ Digital Inverter Compressor ทำความเย็นได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งตู้ มี Cool Pack เก็บความเย็นได้อย่างต่อเนื่อง ยาวนาน 8 ชั่วโมงทำความเย็นได้เมื่อไฟฟ้าดับ ช่องใส่อาหารมีขนาดกว้าง มีความแข็งแรงรับน้ำหนักได้มากกว่า 150กิโลกรัมเนื่องจากทำจากกระจกกันกระแทก ช่องใส่น้ำแข็งยกออกได้สะดวก ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือมีอนุภาคซิลเวอร์นาโนที่ช่วยกำจัดกลิ่นและแบคทีเรีย เพิ่มความชื้นให้ผักและผลไม้ช่วยให้ผักและผลไม้สดอยู่เสมอ

ข้อดี
✓ ประหยัดพลังงานด้วยระบบ Digital Inverter Compressor
✓ มีอนุภาคซิลเวอร์นาโนที่ช่วยกำจัดกลิ่นและแบคทีเรีย
✓ ชั้นวางทำจากกระจกกันกระแทกรับน้ำหนักได้มาก 150 กิโลกรัม
ข้อเสีย
✘ ค่อนข้างเย็นช้า

7. Sharp Sj Y22t Sl

ตู้เย็นจาก Sharp รุ่น Sj Y22t Sl ขนาดความจุ 7.9 คิว รุ่นโนฟรอสไม่มีน้ำแข็งเกาะ 2 ประตู เพิ่มความพิเศษด้วยระบบฟอกอากาศ แบบ Ag+ Nano Deodorizer ช่วยลดแบคทีเรียและลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ภายในตู้เย็นได้ดี ทำให้อาหารสดใหม่ไร้กลิ่น ระบบทำความเย็นกระจายอย่างทั่วถึงทำให้อาหารเย็นทั่วกัน ชั้นวางทำแข็งแรงรองรับน้ำหนักได้ดี ทำจากกระจกนิรภัย ช่องแช่แข็งสามารถจุได้ 60 ลิตร ช่องแช่เย็น 164 ลิตรซึ่งเพียงพอต่อครอบครัวขนาดกลาง

ข้อดี
✓ เป็นรุ่นโนฟรอสไม่มีน้ำแข็งเกาะที่ช่องแช่แข็ง ไม่ต้องละลายน้ำแข็งบ่อยๆ
✓ ระบบฟอกอากาศ แบบ Ag+ Nano Deodorizer ช่วยลดแบคทีเรียและลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
✓ มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ช่วยประหยัดค่าไฟ
ข้อเสีย
✘ ทำความเย็นได้ไม่ดี

8. Mitsubishi MR-17N 6.0

ตู้เย็นประตูเดี่ยว Mitsubishi รุ่น MR-17N รุ่นนี้มีหลายสีให้เลือก สีเงางามด้วยสารเคลือบPCM เพิ่มความเงางาม ออกแบบฝาตู้เล่นระดับ ดูมีมิติ ตู้เย็นมี MINUS – ION แผ่นแร่ธรรมชาติปล่อยประจุลบ เพื่อให้ภายในตู้เย็นไม่เหม็น ชั้นวางปรับระดับได้ตามการใช้งาน เพิ่มความแข็งแรงด้วยกระจกนิรภัย รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม แผ่นยางขอบตู้เย็นเคลือบสารป้องกันเชื้อรา มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ประหยัดพลังงาน

ข้อดี
✓ มี MINUS – ION แผ่นแร่ธรรมชาติปล่อยประจุลบ เพื่อให้ภายในตู้เย็นไม่เหม็น
✓ แผ่นยางขอบตู้เย็นเคลือบสารป้องกันเชื้อรา
✓ มีระบบระเหยน้ำแข็งอัตโนมัติ
ข้อเสีย
✘ เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก ใส่อาหารไม่มาก ช่องละลายอาจต้องเทน้ำออกเองบ้าง

ตู้เย็น
ตู้เย็น

9. ตู้เย็น Hitachi i-Defrost R-64W

ตู้เย็นประตูเดี่ยว ขนาดความจุ 6.6 คิว มีระบบ i-Defrost ช่วยละลายน้ำได้อัตโนมัติทำให้สะดวกสบาย ไม่ต้องคอยกดปุ่มละลายน้ำแข็ง และไม่ต้องคอยเทน้ำออก ชั้นวางของทำจากกระจกนิรภัยรองรับน้ำหนักได้มาก ชั้นวางกว้างขวางใส่อาหารได้เยอะ การออกแบบตู้เย็นรุ่นนี้มีหลายสี ดูเรียบหรู ทำให้ห้องครัวของคุณดูมีระดับมากยิ่งขึ้น

ข้อดี
✓ มีระบบ i-Defrost ช่วยละลายน้ำได้อัตโนมัติทำให้สะดวกสบาย ไม่ต้องคอยกดปุ่มละลายน้ำแข็ง
✓ ชั้นวางของทำจากกระจกนิรภัยรองรับน้ำหนักได้มาก ชั้นวางกว้างขวางใส่อาหารได้เยอะ
✓ ตู้เย็นมีหลายสีให้เลือก
ข้อเสีย

10. Toshiba GR-B148ST 5.2

หากคุณกำลังมองหาตู้เย็นขนาดไม่ใหญ่มากประหยัดพลังงาน เราขอแนะนำ Toshiba รุ่น GR-B148ST 5.2 เหมาะกับการใช้งานได้หลายแบบ มือจับประตูแบบใหม่ ปิด-เปิดสะดวกทั้ง 2 ด้าน ช่องแช่ขนาดใหญ่ใส่ของได้มาก ช่องแช่ขวดน้ำใส่ได้หลายขวดสามารถปรับระดับตามความต้องการใช้งานได้ ด้านบนตู้เย็นออกแบบให้วางของได้รับน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัม และยังสามารถวางเตาไมโครเวฟได้สามารถทนอุณหภูมิความร้อนได้ 60 องศาเซลเซียสมียางกันลื่น

ข้อดี
✓ มือจับดีไซน์ประตูแบบใหม่ ปิด-เปิดสะดวกทั้ง 2 ด้าน
✓ ด้านบนของตู้เย็นมีความทนทานรองรับน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมทนอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส
✓ ชั้นวางทำจากกระจกนิรภัย รองรับน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัม
ข้อเสีย
✘ ไม่เหมาะกับครอบครัวขนาดใหญ่ เนื่องจากตู้เย็นมีขนาดเล็ก

วิธีการเลือกซื้อตู้เย็นอย่างชาญฉลาด แบบไหนเหมาะกับเราที่สุด

เมื่อคิดจะซื้อตู้เย็นสักเครื่อง คำถามแรกของใครหลายคนก็คงจะไม่พ้นคำถามที่ว่า “ยี่ห้อไหนดี” ใช่ไหมล่ะคะ แต่ถ้าจะให้ดีจริง ๆ ควรพิจารณากันที่หลักการทำงาน ขนาด ราคา รูปแบบ 1 ประตู 2 ประตู หรืออื่น ๆ และการกินไฟมากกว่า เพราะข้อจำกัดเหล่านี้คือ วิธีการที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกตู้เย็นที่ตอบโจทย์ตู้เย็นกับความต้องการ และความเหมาะสมในการใช้งานของคุณได้มากที่สุด วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำวิธีเลือกตู้เย็นมาฝากกันค่ะ เพื่อให้คนที่กำลังจะซื้อตู้เย็นได้นำไปพิจารณาเลือกเครื่องที่เหมาะสมที่สุด

1. เลือกฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

ยิ่งไปกว่านั้นการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับแรกให้คำนึงถึงการประหยัดพลังงานดังนั้นควรเลือกซื้อตู้เย็นที่มีสติ๊กเกอร์ฉลากประหยัดไฟ 5 ดวงเพราะจะช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากขึ้น แต่ถ้าตู้เย็นมีเบอร์น้อยกว่า 5 จะทำให้เสียค่าไฟและคุณภาพไม่ดีเช่นเบอร์ 1 คือระดับต่ำสุดเบอร์ 2 ดีเบอร์ 3 เฉลี่ยเบอร์ 4 ดี และ 5 เป็นอัตราที่ดีมากหากคุณเปรียบเทียบหมายเลขฉลากกับค่าไฟฟ้ารายปีของคุณดังนี้

ตู้เย็นป้าย 3 บริโภค 332 เครื่อง / ปีจ่ายประมาณ 840 บาท / ปี

ตู้เย็นติดป้ายเบอร์ 4 กิน 262 ชิ้น / ปีจ่ายประมาณ 644 บาท / ปี

ตู้เย็นป้ายเบอร์ 5 บริโภค 220 หน่วย / ปีจ่ายประมาณ 573 บาท / ปี

2. สังเกตข้อมูล ตู้เย็น

แม้ว่าข้อสังเกตนี้จะเป็นมาตรฐานทั่วไปที่ใช้ในการพิจารณา แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือตู้เย็นต้องมีฉลากชื่อผู้ผลิตและฉลากที่ชัดเจน มีป้ายอธิบายประเภทหมายเลขรุ่นน้ำหนักภายในและวงจรไฟฟ้าครบถ้วน รวมคู่มือตู้เย็นเช่นรายละเอียดเกี่ยวกับตู้เย็นวิธีใช้งานและวิธีการติดตั้งชุดควบคุมสำหรับการทำความสะอาดและบำรุงรักษา

*** ข้อมูลเพิ่มเติม: ถ้าจะให้ดีควรเลือกตู้เย็นที่มีฉนวนโฟมหนาเป็นชั้น ๆ ช่วยรักษาความเย็นและเลือกตู้เย็นที่ใช้ระบบไฟฟ้า 220-330 โวลต์เพราะนี่คือระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับบ้านของเรา

3. ความจุเหมาะสมกับความต้องการ

ความจุของตู้เย็นเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อขนาดของตู้เย็นเรียกว่า “Cub Foot” หรือ “Q” หากต้องการเปรียบเทียบรูปภาพ 1 คิวจะมีความจุเท่ากันกับถุงช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ดังนั้นหากคุณสามารถวัดปริมาณการซื้อตู้เย็นและขนาดตู้เย็นที่ต้องการได้โดยประมาณ วัดได้จากการซื้ออาหารแช่แข็งแทนอาหารดิบซื้อตู้เย็นที่มีช่องแช่แข็งขนาดกว้างพิเศษ หรือจะคำนวณจำนวนเฉลี่ยของสมาชิกในบ้านและขนาดคิวตู้เย็นเป็นต้น

– มีสมาชิก 2 คน: คิวที่เหมาะสมคือ 2.5 ก้อนขึ้นไป

– สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คนจำนวนแถวที่เหมาะสมคือ 12-18 แถว

– ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิก 5 คนขึ้นไป: จำนวนคิวที่เหมาะสมคือ 15 คนขึ้นไป

4. ประเภทของตู้เย็นและราคา

วันนี้มีตู้เย็นหลายประเภทให้คุณเลือกใช้มากกว่าเมื่อก่อน ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งให้เหมาะกับสไตล์การใช้งานของแต่ละบ้านดังนี้

– ตู้เย็นขนาดเล็ก: เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็กเช่นหอพักห้องนั่งเล่นห้องใต้ดินราคาประมาณ 4,000-6,000 บาท.

– ตู้เย็น 1 ประตู: ความจุขนาดเล็กภายในมีตู้เย็นและช่องแช่แข็งในตัว เหมาะสำหรับบ้านคอนโดมิเนียมที่มีขยะหลาราคาประมาณ 5,000-7,000 บาทขึ้นไป

– ตู้เย็น 2 ประตู (ช่องแช่แข็งบน / ล่าง): เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่น้อยราคาประมาณ 9,000-30,000 บาทขึ้นไป

– ตู้เย็น 2 ประตู (แบบซ้าย – ขวา): ความจุเท่ากันทั้ง 2 ด้านเป็นช่องแช่แข็ง บางรุ่นมีเครื่องกรองน้ำภายนอก เหมาะสำหรับห้องครัวที่มีพื้นที่บำบัดราคาประมาณ 40,000-100,000 บาทขึ้นไป

– ตู้เย็นหลายประตู: ส่วนบนมีทั้งประตูซ้ายและขวา และส่วนล่างสุดเป็นลิ้นชักช่องผักและช่องแช่แข็ง ช่วยแยกการแช่เป็นอัตราส่วนทำให้อาหารสดและใช้งานง่ายราคาประมาณ 50,000 ถึง 160,000 บาทขึ้นไป

– ตู้เย็น 2 ประตู (door-in-door) นวัตกรรมมาพร้อมกับ 4 ประตู 2 บานซ้อนกันเพื่อรักษาความเย็นและช่วยประหยัดพลังงานเมื่อเปิดตู้เย็นหยิบของชิ้นเล็กราคาประมาณ 149,000 บาทขึ้นไป

5. ตรวจสอบคุณลักษณะพื้นฐาน

คุณลักษณะพื้นฐานนี้คือ Design ภายในตู้เย็นให้เลือกอย่างเหมาะสมดูทันสมัยและสั่งง่าย พิจารณาส่วนผสมสำคัญต่อไปนี้

– ชั้นวาง: ต้องถอดออกได้ – เรียกคืนได้ เพื่อปรับขนาดของช่องและทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย

– ช่องแช่แข็ง: ต้องมีแยกด้านในปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับอาหารที่แช่

– ช่องใส่ผักและผลไม้: ต้องควบคุมด้วยความเย็นและความชื้นที่เหมาะสม ช่วยให้ผักและผลไม้สดเป็นเวลานาน

– ชั้นวางของข้างประตู: ต้องค่อนข้างกว้าง สามารถเก็บขวดนมและขวดน้ำได้ดี

6. คุณสมบัติเพิ่มเติม

คุณสมบัติเพิ่มเติมคือคุณสมบัติเพิ่มเติมของฟังก์ชันการทำงานที่ตู้เย็นแต่ละแบบมีแตกต่างกัน ผู้ซื้ออาจใช้คุณลักษณะเหล่านั้นหรือไม่ก็ได้

– ระบบทำความเย็นคู่ (Dual cooling system): ช่องแช่เย็นจะกระจายลมเย็นแยกจากช่องตู้เย็นทั่วไป สำหรับอุณหภูมิช่องแช่แข็งที่มีประสิทธิภาพ

– ระบบกรองอากาศ: ไส้กรองอากาศคาร์บอนในตัว ช่วยขจัดกลิ่นภายในตู้เย็น

แผงควบคุม (แผงควบคุมที่ตั้งโปรแกรมได้): นี่คือปุ่มตั้งอุณหภูมิล็อคความเย็นตรวจสอบองค์ประกอบตัวกรองและระดับน้ำในเครื่อง

– ระบบประหยัดพลังงาน (ซีรี่ส์ประหยัดพลังงาน): นวัตกรรมอันชาญฉลาดเพื่อช่วยให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองไฟฟ้าโดยไม่ต้องใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และช่วยลดค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน

เคล็ดลับถนอม ตู้เย็น

สถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19) ทำให้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบที่บ้าน ใครไม่แน่ใจว่าต้องพักยาวหรือไม่ แต่ต้องการลดจำนวนการออกนอกบ้าน ต้องซื้ออาหารเพื่อเตรียมชีวิตไม่เพียง แต่ของแห้งยังต้องมีอาหารสดเพื่อเสริมมื้ออาหาร การเก็บอาหารสดไว้ในตู้เย็นเพื่อให้อยู่ได้นาน 2-3 วันเป็นสิ่งสำคัญ ต้องใช้เทคนิคตั้งแต่การจัดตู้เย็นจนถึงปริมาณอาหารเลือกภาชนะที่ถูกต้องและวิธีการจัดเก็บอาหารสด

เนื้อหานี้ “บ้านไอเดีย” ขอเชิญชวนผู้อ่านทำความสะอาดตู้เย็นและตุนอาหารดองสไตล์เกาหลี และรวบรวมเคล็ดลับต่าง ๆ ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณแม่บ้านและแม่บ้านเพื่อให้สามารถรับประทานอาหารที่มีคุณภาพได้ในหนึ่งวัน

จัดตู้เย็นให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ก่อนอื่นสิ่งที่เราต้องพิจารณาก่อนคือแบบสำรวจเนื้อหาตู้เย็นหมดอายุคืออะไร? ถ้าเป็นเช่นนั้นจะต้องกำจัดทิ้ง จากนั้นทำความสะอาดและเตรียมไว้ให้จุของได้มากขึ้นจากนั้นคุณต้องพิจารณาอาหารที่เหมาะสำหรับการแช่เย็น เพราะบางอย่างก็เก็บนอกตู้เย็นได้ไม่ต้องเก็บให้เปลืองเนื้อที่เช่นน้ำผึ้งมันฝรั่งขนมปังส้มทุกชนิด … สำหรับตู้เย็นปกติบ้านเราจะแบ่งเป็นช่องแช่แข็ง (ช่องแช่แข็ง) ชั้นวางของรอบประตู ชั้นวางของในตู้เหมาะสำหรับจัดเก็บอาหารประเภทต่างๆมีดังนี้

1. ช่องฟรีซหรือช่องแช่แข็ง ตู้เย็น

จะเหมาะกับอาหารที่ต้องการเก็บไว้กินนาน ๆ อาจจะเป็นอาหารที่แช่แข็งมาอยู่แล้ว เช่น ผลไม้ หรือ หมู เนื้อ ไก่ กุ้งสด, น้ำซุป, แผ่นแป้งหรือขนมปัง สำหรับขนมปังหากยังไม่สไลด์สามารถห่อด้วยพลาสติกแรป (plastic wrap) เก็บไว้ได้นานถึง 3 เดือน หากจะนำมารับประทานค่อยนำออกจากช่องฟรีซมาเข้าไมโครเวฟหรืออบในเตาอบอุณหภูมิ 60 องศาก็จะนุ่มน่าทานเหมือนเดิม

2. ช่องธรรมดาใต้ช่องแช่แข็ง

ส่วนนี้ใกล้ช่องแช่แข็งที่สุด อุณหภูมิประมาณ 0-2 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเก็บอาหารที่เน่าเสียเร็ว เช่น เนื้อสัตว์ เพราะเป็นวัตถุดิบที่มีแบคทีเรียและสามารถเติบโตในอุณหภูมิสูงได้รวดเร็ว ความเย็นจะช่วยยับยั้งการเจิรญเติบโตของแบคทีเรียได้ดี

3. ช่วงกลางของ ตู้เย็น

บริเวณช่วงกลางของตู้เย็นจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ 5-7 องศาเซลเซียส เป็นช่วงอุณหภูมิที่ช่วยยืดอายุและรักษาคุณค่าทางสารอาหารได้ เหมาะกับการเก็บอาหารเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น อาหารปรุงสุกแล้ว เครื่องปรุง น้ำดื่ม นม อาหารหมักดอง แยม

4. ประตูของตู้เย็น

โซนประตูของตู้เย็นอุณหภูมิจะประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเก็บน้ำดื่ม เครื่องปรุงขวดเล็ก ๆ อย่างไรก็ตามเป็นบริเวณที่ถูกใช้บ่อยที่สุดจึงมีความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแต่ละครั้งที่เปิด จึงไม่เหมาะกับการเก็บอาหารหรือของใช้ที่ต้องการอุณหภูมิคงที่ เช่น ยา ต้องเก็บที่ช่องธรรมดาได้ที่อุณหภูมิอยู่ในช่วง 2-8 องศาเซลเซียส ในตู้เย็นบางรุ่นที่มีชั้นวางไข่อยู่บนสุดของประตูก็จัดเรียงตามนั้น

5. ชั้นวางด้านล่าง ตู้เย็น

ปกติชั้นล่างสุดของตู้เย็นจะดีไซน์ให้เป็นกล่องใส่ของมีฝาเลื่อนปิด-เปิดได้ (ยกเว้นบางรุ่นที่ออกแบบไม่เหมือนกัน) ซึ่งเหมาะกับการแช่ผักและผลไม้ เนื่องจากอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 7-10 องศาเซลเซียสและลักษณะที่เป็นกล่องแบบปิดจะช่วยรักษาความชื้นในผัก ผลไม้คงคุณค่าทางโภชนาการ วิตามิน แร่ธาตุให้อยู่อย่างครบถ้วน

ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำอาหารมาแช่มากเกินไปจนแน่นชิดชนผนังตู้ เพราะต้องมีช่องว่างให้ลมเย็นสามารถไหลเวียนได้อย่างทั่วถึงด้วย และต้องรอให้อาหารปรุงสุกเย็นสนิทจึงจะนำเข้าตู้เย็น ห้ามนำเข้าตู้ตอนที่ยังร้อน เนื่องจากความเย็นภายในจะไม่สม่ำเสมอ อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้อาหารบูดได้ง่าย

วิธีการเก็บเนื้อ ตู้เย็น

ในช่องแช่แข็งและช่องธรรมดาล้างให้สะอาดแล้วซับให้แห้งจากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ บรรจุในถุงที่มีซิปล็อคหรือภาชนะที่ปิดสนิท เพียงปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานแต่ละครั้ง ส่วนอาหารทะเลสามารถใส่ถุงพลาสติกแช่แข็งได้ หากเก็บไว้ในชั้นวางปกติควรใส่ถุงและเก็บในกล่องน้ำแข็งตลอดเวลา ของที่ทิ้งและใช้แล้วอย่าใส่ในช่องแช่แข็งอีกต่อไปควรทำทั้งหมดในครั้งเดียว อย่าใส่แก้วหรือสิ่งของที่เปราะบางในช่องแช่แข็ง

วิธีถนอมผักผลไม้สด

ผักผลไม้บางชนิดไม่ต้องแช่เย็น วิธีนี้จะทำให้ผักและผลไม้เน่าเร็วขึ้นเช่นพริกและมะนาวห่อด้วยกระดาษหรือห่อด้วยพลาสติก จากนั้นนำไปวางบนชั้นวางผักในตู้เย็น

สำหรับผักที่ต้องการล้างให้สะอาดก่อนเก็บเช่นขิงข่าตะไคร้ใบมะกรูดใบกะเพราต้องแห้งด้วย สามารถเก็บในกล่องพลาสติกเป็นกล่องหรือใส่ถุงที่มีซิปล็อคห่อด้วยกระดาษทิชชู่อย่างหนากระดาษจะช่วยกักความชื้นไม่ให้ระเหยออกไป คงความสดได้นานขึ้นหรือจะใส่กล่องซุปเปอร์ล็อกแล้วเก็บไว้ในลิ้นชักผักก็ได้ ผักที่ยังไม่ได้ตัดบางชนิดสามารถเก็บไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ต้องแช่เย็นเหมือนบวบกระเทียมหัวหอม

ตู้เย็น
ตู้เย็น

วิธีถนอมผักแช่แข็ง

วิธีถนอมผักโดยการลวกแช่แข็งหรือลวก? เริ่มต้นด้วยการล้างผักให้สะอาดหั่นหรือบดให้ได้ขนาดที่ต้องการ จากนั้นนำไปลวกผ่านน้ำเดือดที่ผสมเกลือ เวลาลวกประมาณ 15 วินาที – 2 นาที (ขึ้นอยู่กับชนิดของผัก) จากนั้นใช้ผักหยิบผักในอ่างน้ำเย็น (พร้อมน้ำแข็ง) หยิบผักออกมาในถาดที่มีกระดาษซับ สำหรับผักใบให้ใช้มือบีบน้ำเป็นชิ้น ๆ วางบนถาดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมงจากนั้นนำผักออกมาใส่ถุงที่มีซิปล็อค จดชื่อผักและวันที่ก่อนแช่แข็ง วิธีนี้จะกินเวลาหลายเดือน

หมายเหตุ: อย่าใส่ผักรวมกัน หรือเก็บผักและผลไม้ควรเก็บแยกกล่องหรือหีบห่อ เนื่องจากก๊าซเอทิลีนในผลไม้สุกทำให้ผักในบริเวณใกล้เคียงสูญเสียเร็วขึ้นและยากต่อการจัดการ

ช่องไข่ ตู้เย็น

อาหารที่ต้องมีในทุกครัวเรือนในยุคของ COVID ที่ไข่มีราคาแพงขึ้นพวกเขาต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างดี ไข่จะถูกฟักเป็นเวลา 7-10 วันวิธีที่จะทำให้ไข่สดอยู่ได้นาน 2-3 เดือนคือการเก็บไว้ในกล่องไข่หรือในชั้นวางไข่ที่ให้ไว้ในตู้เย็น ด้านล่างกล่องจะมีกระดาษทิชชู่หนา ๆ วางไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกและปิดหน้ากระดาษอีกชั้น ควรวางไข่โดยหันหน้าแหลมลงและหงายขึ้น วิธีนี้จะทำให้ไข่แดงนอนอยู่ตรงกลางของไข่ ป้องกันการระเหยของน้ำในไข่ ช่วยให้เก็บไข่ได้นานขึ้นสำหรับใครที่มีตู้เย็นเต็มสามารถเก็บไข่ออกจากกล่องได้โดยทาน้ำมันที่เปลือกแล้ววางไว้ในกระป๋องเป็นเวลาหลายเดือน

หลายคนชอบกินเต้าหู้ แต่พบว่าหากเก็บไว้ 2-3 วันจะเหนียวได้รสเปรี้ยวบูดง่าย เก็บไว้ในภาชนะที่มีน้ำเต็มจนมิดเม็ดเต้าหู้จากนั้นปิดฝาให้แน่น น้ำจะช่วยกระจายความเย็นและทำให้เต้าหู้สดได้นานขึ้น

วิธีเก็บอาหารในตู้เย็นหลังจากปรุงอาหารเสร็จ

อาหารจะกินเวลาพอสมควร หรือจะเก็บไว้ได้นานขึ้นทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บรักษาอาหารหลังจากปรุงเสร็จแล้ว

อาหารสดควรทำให้เย็นก่อนใส่กล่องที่มีฝาปิดแน่น ก่อนนำเข้าตู้เย็น

อาหารที่ผ่านการปรุงเป็นเวลานานเช่นอาหารสำเร็จรูปตามร้านอาหารต่าง ๆ ก่อนรับประทานควรต้มเกิน 100 องศาเซลเซียสหนึ่งเสิร์ฟด้วยช้อนกลาง เมื่อทานเสร็จเทใส่กล่องที่มีฝาปิด และใส่ในตู้เย็น

อย่างไรก็ตามหากเป็นอาหารที่ซื้อจากร้านค้าภายนอกโอกาสที่จะอยู่ได้ไม่นานเท่าอาหารโฮมเมด เพราะอาจจะผ่านมาสักพักแล้วที่เราไปซื้อของกิน โดยเฉพาะร้านข้าวราดแกงหรือโกดังเก็บอาหารใส่หม้อเหล็กขนาดใหญ่สามารถอุ่นได้ตลอดเวลาและไม่เดือด ดังนั้นหากเป็นกับข้าวสำเร็จรูปจากทางร้านอย่าทิ้งไว้เกิน 2-3 วันเพราะยังมีเวลาเหลือให้ทาน และแช่เย็นนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่แบคทีเรียที่ทำให้ท้องเสียเริ่มเติบโต

ความสมบูรณ์ของ ตู้เย็น

เพื่อให้อาหารอยู่ได้นานอุณหภูมิเป็นสิ่งสำคัญมาก หากสภาพอากาศเหมาะสมกับการเติบโตของแบคทีเรียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็มีโอกาสที่อาหารของเราจะเน่าเสียเร็วขึ้นน่าเสียดายที่อุณหภูมิเปียกในบ้านของเราเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับแบคทีเรียหลายชนิด ได้แก่ Salmonella, E. Coli, Staphylococcus , Aurus, Clostridium และ Fringens แบคทีเรียหลายชนิดเป็นต้น อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงท้องร่วงหรืออาหารเป็นพิษ

นอกจากนี้หากเก็บอาหารไว้ในอุณหภูมิที่ไม่เย็นพอ สามารถทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตต่อไปและทำให้อาหารของเราเสียไปในช่วงเวลาสั้น ๆ

ดังนั้นอาหารจึงสามารถเก็บไว้ได้นาน คุณต้องทำภาชนะใส่อาหารที่มีฝาปิดแน่น ใส่ลงในช่องแช่แข็งที่เย็นกว่า -10 องศาเซลเซียสเพื่อหยุดช่องแช่แข็งจนกว่าช่องแช่แข็งจะยิ่งเก็บได้นาน (ขึ้นอยู่กับลักษณะของอาหารและระยะเวลาที่แบคทีเรียสามารถทำปฏิกิริยากับอาหารก่อนแช่แข็ง)

เคล็ดลับสำหรับตู้เย็นอีกอย่างคืออย่าเปิดบ่อยเกินไป และไม่ควรวางให้แน่นเกินไปเพราะถึงแม้ว่าเราจะตั้งอุณหภูมิไว้ให้เย็นมากแค่ไหน แต่หากมีอาหารในตู้เย็นมากเกินไป มันทำให้อุณหภูมิในตู้เย็นไม่เย็นเท่าที่ควร นึกถึงห้องแอร์ที่เต็มไปด้วยผู้คน แม้จะเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่ก็หนาวมากแล้ว แต่คนยังร้อน. เนื่องจากความเย็นไม่เพียงพอกับจำนวนคน

ตั้งค่าสัญญาณเวลาการเก็บรักษาที่ชัดเจน

ก่อนที่จะพยายามอยู่ในตู้เย็นเป็นเวลานานควรติดฉลากหรือฉลากไว้บนภาชนะเพื่อระบุเวลาที่จะเริ่มตู้เย็น เพราะเวลาผ่านไปนานหลายวันคุณสามารถลืม

อายุโดยประมาณของอาหารในตู้เย็น

เนื้อ
เก็บในตู้เย็นช่องปกติสามารถเก็บไว้ได้ 1-2 วัน
ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -10 สามารถเก็บไว้ได้นาน 6-9 เดือน
อาหารทะเล
เก็บในตู้เย็นช่องปกติสามารถเก็บไว้ได้ 1-2 วัน
เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -10 และสามารถเก็บไว้ได้นาน 3-6 เดือน
ไข่
ในตู้เย็นปกติสามารถเก็บได้นาน 21-35 วัน
(อย่าเก็บในช่องแช่แข็งเพราะจะไม่ยืดอายุเลย)
ผลไม้และผัก
ในตู้เย็นปกติสามารถเก็บได้นาน 21-35 วัน
(อย่าเก็บในช่องแช่แข็งเพราะจะไม่ยืดอายุเลย)
อาหารแปรรูปเช่นไส้กรอกแฮม
เก็บในตู้เย็นเก็บได้ตามปกติ 14 วัน
เก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -10 และเก็บไว้ 1-2
อย่าทิ้งอาหารไว้ในตู้เย็นนานเกินไป
ในขณะที่อาหารหลายชนิดสามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -10 ° C และสามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือนในความเป็นจริงอาหารแช่แข็งมีความเสี่ยงต่อการเข้าทำลายของแบคทีเรียจึงทำให้ท้องเสียได้ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีรับประทานอาหารที่ปรุงสดใหม่ทุกวัน อาหารที่ปรุงไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 1-2 วันจะดีที่สุด

คำสำคัญ

  • ตู้เย็นเล็ก
  • ตู้เย็น samsung
  • ตู้เย็นใหญ่
  • ตู้เย็น 4 ประตู
  • ตู้เย็นประหยัดไฟ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เครื่องฟอกอากาศ คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร

รองเท้า รองเท้า ผสมผสานกับการแต่งตัวให้โดดเด่นและทันสมัยตามมาดูกัน!

เลือกดีไซน์นาฬิกาแขวนอย่างไรให้สวยและเหมาะกับบ้าน

Back to top button