เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน (Home furniture)

ทบ.ยื่นฟ้องผู้โพสต์รัฐประหาร

ทบ. ยื่นคำร้องคัดค้านผู้โพสต์รัฐประหาร

ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลประยุทธ์ประกาศกฎต่อต้านข่าวปลอมที่เข้มงวดขึ้น

Army chief Gen Narongpan Jittkaewtae, unhappy with coup rumours, files a complaint against a Facebook user on Saturday. (Bangkok Post file photo)

เผยแพร่ : 31 ก.ค. 2564 เวลา 18:28 น.

Army chief Gen Narongpan Jittkaewtae, unhappy with coup rumours, files a complaint against a Facebook user on Saturday. (Bangkok Post file photo)
พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วเต ผบ.ทบ. ไม่พอใจข่าวรัฐประหาร ยื่นฟ้องผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเมื่อวันเสาร์ (ไฟล์ภาพบางกอกโพสต์)

ผบ.ทบ. ยื่นฟ้องผู้ใช้โซเชียล ที่โพสต์ว่ารัฐประหารกำลังก่อตัวขึ้น โดยมีแผนที่จะแทนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมี พล.ต.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ทองประไพ อธิบดีอัยการ ทบ. ยื่นคำร้องต่อ ตร.นางเลิ้ง กับผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ณัฐพงศ์ อัคร”.

พล.ต.ท. พล.อ.บุรินทร์กล่าวหาผู้นำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ หากพบว่ามีความผิด อาจต้องโทษจำคุก 5 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท

ใครแชร์ข่าวปลอมนี้ ก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน

ตามที่กองทัพ – มีคนไม่กี่คนที่เห็นโพสต์ – ผู้ใช้ Facebook โพสต์เมื่อราวเที่ยงวันศุกร์ว่ากำลังทหาร 300 นายจากหน่วยทหารพิเศษจากลพบุรี บุรีได้กักขัง พล.อ.ประยุทธ์ ไว้ที่บ้านของเขาในบริเวณกรมทหารราบที่ 1 ในกรุงเทพฯ

โพสต์ยังอ้างว่า พล.อ. ณรงค์พันธ์ ก่อรัฐประหาร – เขาได้ส่งรถถัง จำนวน 48 กองพัน (ทหาร 34,000 นาย) เข้ายึดกรุงเทพฯ เป้าหมายคือ “ปิดประเทศ” เป็นเวลา 5 ปี และแต่งตั้ง พล.อ.อภิรัชต์ อดีต ผบ.ทบ. และปัจจุบันเป็นรองอธิบดีกรมพระราชวงศ์ และ รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นนายกรัฐมนตรี

แหล่งข่าวในกองทัพกล่าวว่า พล.อ. ณรงค์พันธ์ ไม่พอใจข่าวลือนี้มาก เพราะอาจทำให้ไม่สงบและตื่นตระหนก

นอกจากนี้ เขายัง ได้รักษาทัศนะต่อต้านการรัฐประหารอยู่เสมอ โดยกล่าวว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นภายใต้นาฬิกาของเขาคือ “ศูนย์” ตามแหล่งข่าว

ประมาณเที่ยงคืนของวันศุกร์โฆษกกองทัพบก สันติพงษ์ ธรรมปิยะ ส่งข้อความไปยังกลุ่มนักข่าวไลน์ โดยระบุว่า โพสต์เฟซบุ๊กเป็นข่าวปลอมที่สร้างความเสียหายให้กับกองทัพและรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลมา ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้น สำหรับการรับมือกับการระบาดใหญ่ของโควิดที่เลวร้ายลง ได้ตอบโต้ด้วยการยึดเสรีภาพในการแสดงออกในนามของการรักษาความสงบเรียบร้อย

ในวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ ออกประกาศ ภายใต้พระราชกฤษฎีกาสถานการณ์ฉุกเฉินห้ามการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจทำให้ผู้คนตกใจหรือรายงานที่มีข้อมูลบิดเบือน ได้มีคำสั่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ให้ประสานงานกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อบล็อก IP address ของผู้กระทำความผิดไม่ให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต และดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดในภายหลัง

ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์กับการประกาศคือ กฎหมายเดิมลงโทษผู้เผยแพร่ข่าวปลอมที่อาจสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนและปฏิบัติตามกระบวนการทางกฎหมาย อย่างหลังละเว้นคำว่า “ปลอม” ซึ่งหมายความว่าห้ามแม้แต่ข้อมูลที่เป็นความจริงที่ถือว่าเป็นเหตุให้เกิดความตื่นตระหนก

คำสั่งใหม่ยังอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ปิดกั้นการเข้าถึงของบุคคล อินเทอร์เน็ตที่ถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิพลเมือง แม้กระทั่งก่อนที่ศาลจะตัดสินเรื่องความผิดของเขาหรือเธอ

  • บทบรรณาธิการ: ปิดปากสั่งไม่มีวิธีแก้ปัญหา

    คุณชอบเนื้อหาของบทความนี้หรือไม่?

Back to top button