Marketing & Digital marketing

‘สุชาติ’ ปัดซ้ำเติมอาชีพอิสระ เสียค่าสมัครผู้ประกันตน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน อธิบายผ่าน “เนชั่นทีวี” ต่อกรณีการสมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 ว่า เนื่องด้วย พ.ร.บ.ประกันสังคม ได้กำหนดไว้แล้ว เกี่ยวกับค่าสมัคร โดยมีขั้นต่ำ เริ่มต้นที่ 70 / 150 / และ 300 บาท

สมมติจ่าย 150 บาท มีรัฐบาลสมทบ กรณีเสียชีวิต รับ 5 หมื่นบาท หรือหยุดงานกรณีเจ็บป่วยได้รับชดเชยวันละ 300 บาท

ทั้งนี้ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดหนัก และเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน จึงได้สั่งการให้ลดค่าสมัคร 40 เปอร์เซ็นต์ คือ เหลือจ่าย 60% คือ จ่ายเริ่มต้น 42 บาท โดยนายกฯ มีความเป็นห่วงกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หาบเร่แผงลอย รวมถึงคนขับแท็กซี่ ซึ่งในอดีตกลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ ไม่ได้อยู่ระบบหรือขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน

โดยจากเดิมการจ่ายเงินสมทบ สำหรับ ประกันสังคมมาตรา 40 มีด้วยกัน 3 ทางเลือก คือ  70 บาท, 100 บาท และ 300 บาท แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด ได้มีการปรับลดอัตราเงินสมทบ 40% เป็นเวลา 6 เดือน (1 ส.ค.64 – 31 ม.ค.65) เหลือเป็นเงินที่ต้องจ่ายสมทบ คือ 42 บาท, 60 บาท และ 180 บาท ตามลำดับ 

นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า การสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 จะสมบูรณ์ตามกฎหมายได้คือต้องชำระเงิน จึงขอให้ผู้ที่สมัครผ่าน www.sso.go.th อย่าลืมไปชำระเงินเพื่อรับสิทธิ์ของท่าน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายกำหนด ต้องเสียค่าสมัครเพื่อให้เป็นผู้ประกันตนสมบูรณ์แบบ

“การลด 40% เป็นการลดตามสัดส่วน ซึ่งจ่ายขั้นต่ำ 42 บาท ในการสมัครเข้าสู่ระบบประกันสังคม เพื่อจะได้มีข้อมูล เช่น คนมีบ้านอยู่จ.อุดรธานี แต่มาขับรถในกทม. ก็ต้องสมัครที่ กทม. หรือทำงานในพื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม เพื่อเราจะได้รู้ ซึ่งเราให้โอกาสผู้ประกอบอาชีพอิสระ เข้ามาจดซึ่งขณะนี้ก็มีเข้ามาแล้วล้านคน เราต้องการช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้ เข้าสู่ระบบ และจะได้รับทราบความเดือดร้อน รวมถึงต้องการหลักฐาน” 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มเปิดให้สมัครวันที่ 14 ก.ค. จนถึงวันนี้ รวมแล้วกว่า 2.8 ล้านคน โดยเฉพาะใน 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ได้มีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 2 ล้านกว่าบาท ขณะเดียวกัน วันนี้จะต้องตัดยอด แต่ได้ยืดเวลา ชำระออกไปก่อน และในวันที่ 2 ส.ค. จะมีการรวมยอดแล้วประมวล

นายสุชาติ ระบุว่า ก่อนที่สภาพัฒน์ฯ จะประชุมร่วมกับคณะกรรมการกลั่นกรอง กับกระทรวงการคลัง แล้วชงเรื่องเข้า ครม. ในวันที่ 10 ส.ค. และเมื่อผ่านการอนุมัติ ทำเรื่องส่งกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และโอนมาให้กระทรวงแรงงาน ซึ่งคาดว่าจะจ่ายได้ประมาณวันที่ 20 ส.ค. เป็นต้นไป

Back to top button