วิถีชีวิต (lifestyle)

หลักการเลือกหูฟังแต่ละประเภทที่เหมาะสมกับความต้องการ

หูฟัง สวัสดีครับทุกคนวันนี้ผมจะมาแนะนำหลักการง่ายๆในการเลือกหูฟังและเรียนรู้เกี่ยวกับหูฟังแต่ละประเภทเพื่อที่คุณจะได้ตัดสินใจเลือกซื้อหูฟังที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุดสำหรับหลาย ๆ ท่านอุตสาหกรรมหูฟังจะต้องมีวิธีหรือหลักการในการเลือก หูฟังที่เหมาะกับตัวเองมาอย่างยาวนาน

แต่บางคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน การหารด้วยปัจจัยหลายอย่างถือเป็นปัจจัยสำคัญไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือไม่อยากเล่น แต่ต้องใช้เวลานานในการค้นหาหูของฉันไม่ว่าจะทำงานหรือดูหนังและฟังเพลงโดยทั่วไปนี่เป็นปัญหาใหญ่ หลายคนไม่สามารถกินหรือนอนหลับ เพราะฉันเข้าเว็บไซต์และอ่านบทวิจารณ์และมีกลุ่มเพื่อนตะโกนตลอดทั้งคืนไม่ใช่ร้านอาหาร แต่ไม่ต้องกังวลหลังจากอ่านบทความนี้ทุกอย่างจะสงบลง คุณสามารถซื้อหูฟังใช่แน่นอนได้ง่ายๆโดยการกินการนอนการใส่ปุ๋ย

หูฟัง
หูฟัง

หลักการเลือก หูฟัง

1. กำหนดทิศทางการใช้งานหรือแนวเพลงที่เราชอบฟัง

ก่อนอื่นเรามาดูว่าเรากำลังมองหาส่วนใดของหูฟังเช่นคุณต้องการหูฟังเพื่อฟังเพลงเล่นเกมหรือดูหนังเพราะหูฟังแต่ละประเภทนั้นออกแบบมา ไม่เหมือนกันบางรุ่นเหมาะกับการฟังเพลง บางส่วนเหมาะสำหรับการเล่นเกมหรือบางส่วนเหมาะสำหรับการชมภาพยนตร์ จุดนี้ต้องตอบก่อนว่าจุดประสงค์ที่เราซื้อหูฟังมาใช้งาน เพราะถ้าเราไม่กำหนดแนวทางเหล่านี้เราสามารถมีหูฟังที่ไม่ถูกใจได้ เราสามารถเป็นใหญ่

2. เรียนรู้เกี่ยวกับชุดหูฟังแต่ละประเภท และเลือกหูฟังที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

หลังจากที่เราทราบจุดประสงค์ของเราแล้วเราต้องการใช้หูฟัง ทีนี้มาดูกันว่าเราจะเลือกซื้อหูฟังแบบไหนดีและเหมาะกับเราที่สุด หูฟังมีสี่ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ หูฟังชนิดใส่ในหู, หูฟังชนิดใส่ในหู, ขนาดเต็มและหูฟังชนิดใส่ในหู ฉันจะแนะนำความแตกต่างระหว่างหูฟังแต่ละตัวโดยย่อ ข้อดีข้อเสียวิธีทำ.

หูฟังประเภทเอียร์บัด

Earbuds เป็นหูฟัง Dynamic Driver ที่มีรูปแบบการสวมใส่ที่หลาย ๆ ท่านคุ้นเคย แต่ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกผมจะยกตัวอย่าง Earbuds ให้ฟัง มาดู YUIN PK2, SENNHEISER MX585 และ APPLE EARPODS เป็นต้น

ที่นี่เรามาดูข้อดีและข้อเสียของ Earbuds กัน
จุดเด่น: เอียร์บัดสวมใส่สบาย เพลงที่เปิดใจกว้างไม่รู้สึกอึดอัดและสามารถพกพาไปได้อย่างง่ายดาย
จุดด้อย: เนื่องจากไม่ได้เสียบหูฟังเข้ากับช่องหูโดยตรงการฟังเสียงภายนอกที่เคลื่อนไหวเข้าและออกจากความคิดของคุณอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เสียงดังขึ้นเทียบกับเสียงภายนอกและทำให้รายละเอียดของดนตรีในบางพื้นที่ลดลง

หูฟังประเภท In-Ear

หูฟังอินเอียร์ถือว่าเป็นที่นิยม สูงสุดในยุคนี้เลยก็ว่าได้ จะมีลักษณะเฉพาะของ Ear-In-Ear Wear ซึ่งมีให้ในไดร์เวอร์ Dynamic, Balance Armature และ Hybrid (Dynamic + Balance Armature) เช่น VISANG R02, SHURE SE535 และ SONY MDR-N3 เป็นต้น ตอนนี้เรามาดูในส่วน

ข้อดีและข้อเสียบางประการของชุดหูฟังประเภทนี้

จุดเด่น: พกพาง่ายสามารถปิดกั้นเสียงรบกวนภายนอกได้ทำให้พอดีกับหูโดยตรงรายละเอียดอินเอียร์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นสำหรับทุกเครื่องดนตรีรายละเอียดที่หลากหลายสามารถบันทึกเสียงดนตรีได้มากกว่าเอียร์บัด

ข้อ จำกัด : เนื่องจากหูฟังอินเอียร์สวมเข้ากับหูโดยตรงจึงไม่สามารถได้ยินได้ เสียงที่คนรอบตัวเรียกร้องอาจเป็นอันตรายใช่ถ้าคุณต้องเดินในที่สาธารณะนอกจากนี้ผู้ที่ไม่เคยสวมหูฟังเหล่านี้มาก่อนบางคนอาจปวดหูของฉันเจ็บ แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงหลังจากสัปดาห์แรกจะสวมใส่ได้ง่ายขึ้นและความเจ็บปวดจะหายไปเองและคุณสามารถใช้หูฟังเหล่านี้ได้ตามปกติโดยไม่มีอาการปวด

หูฟังประเภท Full-Size

หูฟังประเภท Full-Size นั้นจะมีลักษณะของการสวมใส่แบบครอบปิดใบหูได้อย่างมิดชิด ตัวหูฟังนั้นจะมีโครงสร้าง ที่ใหญ่ แต่ให้รายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีได้อย่าง ยอดเยี่ยม ทั้งมิติ อิมเมจของเสียง และ ความกว้างของเวที เสียงที่ดูสมจริงครับ ตัวอย่างของหูฟัง Full-Size ได้แก่ AUDIO TECHNICA ATH-M50X, MASTER & DYNAMIC MH40 และ SENNHEISER HD599 เป็นต้นครับ

ข้อดี : ข้อดีของหูฟังประเภท Full-Size นั้นก็คือให้ การสวมใส่ที่สบายเนื่องจากตัวแพดของหูฟังประเภทนี้จะให้ผิวสัมผัสที่นุ่ม ครอบปิดใบหูได้อย่างมิดชิด และ ที่สำคัญให ้ความสมจริงของเสียงดนตรีได้มากกว่าหูฟังประเภทอื่น ๆ เนื่องจากขนาดของตัวไดร์เวอร์ที่ใหญ่กว่าหูฟังประเภท Earbuds หรือ In-Ear มากจึงทำให้ได้เวทีของเสียงที่กว้าง และมีอิมเมจของชิ้นดนตรีที่ใหญ่โตจนจับต้องได้ง่ายกว่า มาก ๆ ครับ

ข้อเสีย : เนื่องจากหูฟังประเภท Full-Size นั้นมี ขนาดที่ใหญ่ และมีนำ้หนักมากจึงทำให้การพกพาไปใช้งาน ตามที่ต่าง ๆ นั้นดูจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่าหูฟังประเภทอื่น ๆ ครับ จึงทำให้การใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นการใช้งานอยู่ที่บ้าน หรือ ตามโต๊ะทำงานกันเสียมากกว่าครับ

หูฟัง
หูฟัง

หูฟังประเภท On-Ear

หูฟังประเภท On-Ear นี้มีลักษณะการสวมใส่ที่ครอบหู เหมือนกันกับแบบ Full-Size ครับ เพียงแต่ว่าตัวแพดนั้นจะ ไม่ได้ครอบปิดใบหูทั้งหมด แต่จะเป็นการวางเอาไว้บนใบหู แทนครับ นอกจากนี้ก็ถือว่ามีหลักในการใช้งานที่เหมือนกัน กับ Full-Size ครับ ตัวอย่างของหูฟังประเภท On-Ear ได้แก่ GRADO SR80e, MARSHALL MAJOR II และ JBL E35 เป็นต้นครับ

ข้อดี : หูฟังประเภท On-Ear นั้นจะให้คุณภาพเสียง ที่ดีเนื่องจากขนาดของตัวไดร์เวอร์ที่ใหญ่ สามารถถ่ายทอด รายละเอียดของเสียงออกมาได้ดี และ ยังสามารถพกพาไป ใช้งานได้อย่างสะดวกกว่าหูฟังแบบ Full-Size ครับ

ข้อเสีย : เนื่องจากตัวหูฟังแบบ On-Ear นั้นจะมี ลักษณะของการสวมใส่ที่ต้องวางตัวแพดลงบนใบหูจึงทำให้การใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ นั้นอาจเกิดอาการปวดหู ได้ เนื่องจากการกดทับของตัวแพด และ ตัวก้านที่คอยบีบ เข้ามานั่นเองครับ ตามโต๊ะทำงานกันเสียมากกว่าครับ

3. กำหนดช่วงราคา เพื่อกำหนดรุ่นของหูฟังที่อยู่ในช่วงราคา และไปทดลองฟังด้วยตนเอง

หลังจากที่เราทำความรู้จักเกี่ยวกับประเภทของหูฟังเรียบร้อยแล้วก็น่าที่จะมองออกแล้วว่าตัวเรานั้นต้องการหูฟังประเภท ไหน ทีนี้ก็มาถึงข้อที่สำคัญอีกอย่างในการเลือกซื้อหูฟังครับ ตัวเรานั้นต้องกำหนดช่วงราคาที่เราต้องการจะเลือกซื้อครับ ว่า อยากจะได้หูฟังที่อยู่ในช่วงราคา 1,000-3,000 บาท, 5,000-10,000 บาท หรือ 12,000-20,000 บาท อันนี้ก็แล้วแต่ว่าเราจะ กำหนดช่วงราคาของตัวเองเอาไว้มากน้อยแค่ไหน

แล้วก็มาลองดูว่าในช่วงราคาที่เราตั้งเอาไว้นั้นมีหูฟังรุ่นไหนบ้าง โดย สามารถเข้าไปลองเลือกผ่าน Filter ของทางร้าน ได้ที่ https://www.munkonggadget.com ดูได้เลยครับ เมื่อเราได้กลุ่มหูฟังที่อยู่ในช่วงราคาที่ได้กำหนดเอาไว้แล้วนั้นก็ สามารถเลือกอ่านรีวิวของสินค้า หรือ อยากเห็นตัวหูฟังในหลาย ๆ มุมก็สามารถเข้า ไปหาดูรีวิวของรุ่นนั้น ๆ ได้ที่ Youtube หรือ จะเป็นในแชนแนลของทางร้านได้ที่ลิงค์นี้ครับ https://www.youtube.com/user/munkonggadgetREVIEWS หรือ ถ้าสะดวกก็สามารถเข้ามาทดลองฟังด้วยตัวเองที่ร้านครับ จุดนี้จะทำให้เราได้สัมผัส และได้ฟังกับหูตัวเองว่าถูกใจเรามากน้อย แค่ไหนครับ

โดยส่วนตัวของผู้เขียนนั้นมองว่าปัจจัยหลักของผู้เล่นหน้าใหม่หลาย ๆ คน ที่ทำให้การเลือกซื้อหูฟังนั้นเป็นเรื่องยากไม่ รู้จะต้องเลือกประเภทไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง ส่วนหนึ่งนั้นเกิดจากการที่เราไม่เข้าใจว่าหูฟังแต่ละประเภทนั้นมีข้อดี และ ข้อ เสียอย่างไรบ้าง จึงได้จัดทำบทความสำหรับการเลือกซื้อ และ รวมเข้ากับข้อดีข้อเสียของหูฟังแต่ละประเภทเอาไว้ด้วย เมื่อเรา ได้รู้ว่าหูฟังแต่ละประเภทมีอะไรที่เด่นอะไรที่ด้อยก็น่าจะทำให้การเลือกซื้อนั้นมีความง่ายดายขึ้นไม่มากก็น้อยล่ะครับ ฮ่า ๆ ๆ

วิธีเลือกหูฟังดีๆ ที่จะสร้างโลกแห่งเสียงดนตรีให้สุนทรีย์ขึ้น

สำหรับคนรักเสียงดนตรี แค่เพลงเพราะๆ คุณภาพเสียงดีๆ จากหูฟังเยี่ยมๆ ซักอัน…เท่านี้แหละที่ต้องการ!
ถ้าจะบอกว่าเสียงเพลงช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย คงจะเป็นเรื่องจริง แต่การเลือกหูฟังที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ กลายเป็นเรื่องที่ทำเอาหลายๆ คนปวดหัวกันเลยทีเดียว เพราะการใช้งานที่หลากหลายทั้งเอาไว้ใช้ทำงาน ดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่การเล่นเกมที่ดูเหมือนจะเพื่อแค่ความสนุกสนาน แต่สำหรับเกมเมอร์แล้ว มันคือหัวใจเลยละ!

 

หูฟัง แล้วจะเลือกหูฟังยังไงถึงจะเหมาะกับตัวเอง?

เรามาที่ร้าน ‘Hear by Munkong’ ที่ชั้น 2 สยามพารากอน ที่นี่มีหูฟังและลำโพงจากแบรนด์ดังๆ ให้เลือกหลากหลายรุ่น พร้อมให้เราทดลองฟังได้ แต่ที่ดีไปกว่านั้นคือมีคนคอยแนะนำการเลือกหูฟังให้ด้วย และวิธีการก็ง่ายๆ คือ
1. กำหนดประเภทการใช้งาน เพราะหูฟังแต่ละอันถูกออกแบบมาต่างกัน บางรุ่นเหมาะกับการดูหนัง บางรุ่นก็เหมาะกับการฟังเพลง แต่ถ้าเล่นเกมก็ต้องเป็นอีกรุ่นหนึ่ง
2. เลือกประเภทหูฟัง ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 แบบคือ Earbuds หูฟังแบบที่หลายคนคุ้นเคย เพราะสวมใส่สบายๆ แต่เสียงจากภายนอกจะเล็ดลอดเข้ามาได้, In-Ear หูฟังแบบที่ต้องยัดเข้าไปในรูหู ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีในระดับหนึ่ง, Full-Size หูฟังขนาดใหญ่ แบบครอบปิดใบหูได้มิดชิด ให้ความสมจริงของเสียงดนตรีมากกว่าหูฟังประเภทอื่น และ On-Ear หูฟังแบบที่ไม่ได้ครอบปิดใบหูทั้งหมด ขนาดไม่ใหญ่ทำให้พกพาไปใช้งานได้สะดวกกว่า
3. กำหนดช่วงราคา ถือเป็นเรื่องสำคัญข้อหนึ่ง เพราะค่อนข้างมีผลต่อคุณภาพเสียงของหูฟัง โดยช่วงราคามีตั้งแต่หลักพันบาท ไปจนถึงหลายแสนบาท แต่ควรเลือกราคาที่สมเหตุสมผลและเหมาะกับตัวเองจะดีที่สุด

ถ้ารู้วิธีเลือกแล้ว คราวนี้ลองมาดูกันว่ามีหูฟังรุ่นไหนที่เหมาะกับเราบ้าง

SENNHEISER MOMENTUM TW ราคา 12,390 บาท หูฟังที่คนชอบนวัตกรรมต้องหลงรัก เพราะให้เสียงที่ค่อนข้างบาลานซ์ เบสแน่น ฟังเพลงได้หลายแนว เป็นหูฟังไร้สายที่ใช้ระบบ Truly Wireless อย่างแท้จริง ตัวเคสชาร์จแบตได้ในตัว กันฝุ่นได้ ขนาดกะทัดรัด เหมาะใส่ไปวิ่งออกกำลังกายหรือเข้ายิม

GRADO GS3000E ราคา 72,800 บาท แบรนด์ดังจากอเมริกาที่อยู่คู่ร้าน Hear by Munkong มาเนิ่นนาน ตัวหูฟังใช้ไม้ Cocobolo ที่หายาก ให้เสียงสดมีมิติ ออกแนว Bright Tone สำหรับคนที่ชอบเสียงแหลมที่เป็นธรรมชาติ น่าจะถูกใจรุ่นนี้แน่นอน

SENNHEISER HD820 ราคา 98,990 บาท เป็น Hi-end Headphone รุ่นยอดนิยม และเป็นซีรี่ส์ 800 ตัวแรกของแบรนด์ที่ทำแบบ Closed Back จึงสามารถช่วยตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างดีเยี่ยม แต่ก็ให้ความสมจริงของมิติเสียงได้ดีไม่แพ้รุ่นไหนๆ

HAVIT G1 TW ราคา 2,490 บาท หูฟังแบบ In-Ear ที่ราคาเป็นมิตรแต่ประสิทธิภาพเกินตัว เพราะใช้ระบบ Truly Wireless นวัตกรรมไร้สายแบบเดียวกับที่มีในหูฟังราคาสูงๆ ใครที่มองหาความคุ้มค่า แนะนำตัวนี้เลยเพราะให้เสียงที่บาลานซ์ มาพร้อมเคสชาร์จแบตได้ในตัว

AUDEZE MOBIUS ราคา 15,900 บาท หูฟังสำหรับเกมเมอร์ตัวจริง! เพราะอัดแน่นด้วยคุณภาพเสียงจากไดร์เวอร์แบบ Pana Magnetic ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ จึงช่วยให้การจำแนกทิศทางของเสียงแม่นยำและโดดเด่นกว่าหูฟังในรุ่นเดียวกันอย่างชัดเจน

ร้าน Hear by Munkong ยังเอาใจเหล่าเกมเมอร์ด้วยโซน Munkong Gaming ที่ให้คอเกมได้ลองหูฟังแบบต่างๆ ก่อนตัดสินใจเลือกหูฟังที่ถูกใจมาเป็นเจ้าของด้วย

SENNHEISER GSP 600 ราคา 11,490 บาท แบรนด์ในตำนานจากประเทศเยอรมัน เป็นหูฟังที่คุ้มค่า เพราะให้เสียงที่มีมิติและสมจริง ช่วยให้การเล่นเกมได้อารมณ์และสนุกสนานมากขึ้น

หูฟัง
หูฟัง

และถ้าใครอยากได้ลำโพงดีๆ ซักตัวที่ร้าน Hear by Munkong ก็มีให้เลือกหลายรุ่นอยู่เหมือนกัน

DEVIALET GOLD PHANTOM ราคา 119,000 บาท ลำโพงแบบตู้เดียวที่ให้เสียงใหญ่เกินตัว โดยเฉพาะการฟัง Live Concert นั้นเสียงจะสมจริงมาก และถ้าใครเห็นแล้วชอบดีไซน์ของลำโพงในทันที ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนี่คือแบรนด์ลูกของ Louis Vuitton นั่นเอง

MARSHALL STANMORE ราคา 17,990 บาท ดีไซน์สุดคลาสสิคที่เห็นแล้วก็รู้ว่านี่คือลำโพงของ Marshall รุ่นนี้สามารถปรับเสียง Equalizer ได้ จึงฟังเพลงได้หลากหลายแนวโดยเฉพาะเพลงร็อค ที่จะมาเขย่าโลกแห่งเสียงดนตรีของทุกคนให้สั่นสะเทือนได้เลย!

ความเชื่อผิดๆในการซื้อหูฟัง สำหรับมือใหม่

ในปัจจุบัน แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปไกล แต่บางครั้งก็ยังมีความเข้าใจในเทคโนโลยีที่ผิดหรือไม่ถูกต้อง ซึ่งความไม่ถูกต้องเหล่านี้เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ และ คิดไปเองซะส่วนใหญ่ มีคำกล่าวที่ว่า “ความเชื่อเป็นสิ่งที่เปลี่ยนยาก แต่สามารถเข้าใจได้ง่าย” ในบทความนี้ Mercular.com มีความยินดีที่จะไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความเชื่อต่างๆ นาๆในการซื้อหูฟังแต่ละตัว ซึ่งแต่ละคนก็มีความคิดที่แตกต่างกันออกไป โดยจะมีทั้งถูกและผิดปะปนกันไป มาดูกันว่าจะมีความเชื่อแบบไหนบ้างที่ควรมองมุมกลับแล้วปรับมุมมองใหม่

หูฟัง แบบไหนก็เหมือนกัน

ความเชื่อที่ 1: “ซื้อหูฟังแบบไหน ก็เหมือนกันแหละ แค่ฟังเพลงได้ก็พอ” โดยปกติแล้ว หูฟังจะมีหลักๆด้วยกัน 4 ประเภท คือหูฟังแบบ In-Ear, Earbud, On-Ear, Over-Ear ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความโดดเด่นไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสเปคของหูฟังด้วย ดังนั้นการซื้อหูฟังควรเลือกชนิดให้เหมาะสมกับการใช้งาน/ความถนัดของตนเอง ส่วนในเรื่องของเสียงเก็บไว้เลือกตามแบรนด์ ตามรุ่น อีกที สำหรับคนทั่วไปที่กำลังเลือกซื้อหูฟังแล้วบอกกับตัวเองว่า “หูฟังแบบไหนก็เหมือนกัน” ต้องมองใหม่แล้วถามตัวเองว่า “เราเหมาะกับหูฟังประเภทไหน” ครับ อ่านเพิ่มเติม: ประเภทของหูฟัง

หูฟัง
หูฟัง

แบรนด์ดังต้องเสียงดี

ความเชื่อที่ 2: “แกๆ แบรนด์นี้เค้าใช้กันเยอะ เสียงดีแน่นอน” อีกหนึ่งความเข้าใจที่ก็ไม่เชิงผิด แต่ก็ไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะการที่แบรนด์ๆหนึ่งเป็นที่นิยมสูง ต้องบอกเลยว่าส่วนหนึ่งอาจมาจาก “การตลาด” ที่เข้มแข็ง ดังนั้นแล้วความนิยมในตัวแบรนด์ อาจไม่ได้มาจาก “เสียง” เป็นหลักครับ อีกทั้งยังมีแบรนด์อื่นๆที่ไม่ได้เป็นที่นิยม แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดี ชนิดที่ว่ามือใหม่อย่างเราๆยังไม่รู้จัก แต่ในวงการได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้อ่านที่กำลังจะเข้าสู่วงการหูฟัง ลำโพง เครื่องเสียง ควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ โดยต้องลืมความคิดที่ว่า “แบรนด์ดังต้องเสียงดี” หากค้นหาข้อมูลแล้วยังไม่ชัวร์ ลองถามเพื่อนๆหรือคนใกล้ตัวดูครับ แต่ถ้าจะให้แน่ใจสุดๆทักมาปรึกษาทาง Mercular.com ได้เลยครับ เราจะทำให้คุณ “ช้อปง่ายๆ อย่างรู้จริง” แน่นอน

หูฟัง ยิ่งแพง เสียงยิ่งดี

ความเชื่อที่ 3: “หูฟังตัวนี้แพง เสียงน่าจะดีเนอะ” หลายๆท่านตกม้าตายกับหูฟังราคาแพง แต่เสียงแสนธรรมด๊าธรรมดามาแล้วครับ ความเชื่อนี้ค่อนข้างคล้ายกับ “แบรนด์ดังต้องเสียงดี” แต่ก็ใกล้เคียงความถูกต้องขึ้นมานิดหน่อย คือส่วนใหญ่หูฟังราคาแพงมักจะขายชื่อเสียงของแบรนด์เป็นหลัก แต่ก็มีหูฟังหลายแบรนด์ที่แพงเพราะวัสดุ หรือ งานประกอบภายใน เช่น ตัวไดร์เวอร์ หรือ แผ่นไดอะเฟรม เป็นต้น ดังนั้นแล้ว สิ่งสำคัญในการซื้อหูฟังจึงไม่ใช่แค่ราคาอีกต่อไป ควรใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยในมุมของสเปคของหูฟังที่สนใจอีกด้วยครับ

ไม่จำเป็นต้องดู Spec ให้ละเอียด

ความเชื่อที่ 4: “ซื้อๆไปเถอะ ไม่ต้องไปดูสเปคมากหรอก ดูไปก็ไม่เข้าใจ” ข้อนี้ต่อจากข้อที่แล้วเลยครับ หลายคนมองข้ามเพราะไม่รู้ว่าต้องดู Spec ของหูฟังยังไง และต้องดูด้านไหนบ้าง ก็เลยข้ามๆไป สุดท้ายก็มานึกเสียใจทีหลัง เพราะเสียงที่ได้ ไม่ถูกใจเอาเสียเลย โดยหลักๆที่ข้างกล่องส่วนใหญ่มักจะมีคือข้อมูลด้านเทคนิค และ ฟังก์ชันการใช้งาน โดยข้อมูลด้านเทคนิคจะเกี่ยวของกับงานประกอบเช่น ไดร์เวอร์ขนาดเท่าไหร่ ตอบสนองความถี่ได้เท่าไหน เป็นต้น ตรงนี้หากใครที่เข้าใจจะรู้ว่าหูฟังตัวไหน ต้องใช้ Dac-Amp ช่วยในการขับเสียงออกมา (สำหรับผู้ที่ชำนาญแล้ว) แต่สำหรับมือใหม่ให้โฟกัสไปที่ข้อมูลด้านฟังก์ชันอย่างเช่นเชื่อมต่อ Bluetooth เวอร์ชั่นไหน ใช้งานอย่างไร และรองรับอุปกรณ์ไหม เป็นต้นครับ บางท่านซื้อหูฟังแล้วไม่สามารถใช้กับอุปกรณ์ของ Apple ได้ รู้ตัวอีกทีก็ต้องจำใจใช้งานไปแล้วละครับ “แต่ถ้าซื้อออนไลน์จะดูยังไงละ?” ง่ายมากเลยครับเพียงแค่ถามทางร้านดูอย่าง Mercular.com ของเราก็ยินดีให้คำตอบลูกค้า พร้อมบริการด้วยใจเกินร้อย แน่นอน อิอิ

Bluetooth APT-X คุณภาพเสียงดีที่สุด

ความเชื่อที่ 5: Bluetooth apt-X คือที่สุดของเสียง หลายๆท่านเองเห็นสัญลักษณ์ apt-X ปุ๊ป รีบตัดสินใจซื้อปั๊ป งานนี้ต้องบอกว่าดูที่ตัวหูฟังอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะว่าสิ่งสำคัญที่สุดคืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อด้วยนั่นเอง หากหูฟังรองรับ Bluetooth apt-X แต่สมาร์ทโฟนไม่รองรับก็เท่ากับว่าการเชื่อมต่อก็จะเท่ากับที่สมาร์ทโฟนส่งได้ เช่นหูฟังรองรับ Bluetooth 4.0 apt-X แต่สมาร์ทโฟนรองรับ Bluetooth 2.0 เท่ากับว่าสัญญาณที่สมาร์ทโฟนจะส่งออกไปมีความแรงแค่ Bluetooth 2.0 เท่านั้น ทำให้ฟังก์ชั่นของ Bluetooth 4.0 apt-X ของหูฟังไม่ถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพครับ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง Bluetooth apt-X ที่นี่

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับบทความนี้ มีความเชื่อไหนบ้างที่คุณผู้อ่านเคยคิดแบบเดียวกันบ้าง หรือว่ามีความเชื่อแบบไหนอีกที่ไม่ได้ถูกกล่าวในบทความนี้ สามารถแชร์ความคิดเห็นได้ที่หน้า Facebook ของเราเลยนะครับ สุดท้ายนี้ถ้าหากชอบบทความอย่าลืมกดแชร์ไปให้เพื่อนๆอ่านกันนะครับ

วิธีดูแลและรักษา หูฟัง

เคยไหม? ที่ใช้หูฟังอยู่ดีๆแล้วรู้สึกว่าเสียงขาดๆหายๆ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลงหรือคุยโทรศัพท์แล้วต้องมาลุ้นโดยการขยับสายไปมาเพื่อให้เสียงติดใหม่ ทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกว่า “ทำไมหูฟังที่ซื้อมาตั้งแพงกลับไม่ทนเลย” ซึ่งต้องบอกว่า ในหลายๆครั้งที่หูฟังมีปัญหาก็มาจากการใช้งานหรือเก็บหูฟังโดยไม่ถูกวิธีนั่นเอง ซึ่งในวันนี้ Mercular.com ได้มีทริคเล็กน้อยสำหรับการดูแลรักษาและเก็บหูฟัง ทำให้เรามีความสุขกับการฟังเพลงได้นานขึ้นมาแบ่งปันกัน

เทคนิคการดูแลหูฟังง่ายๆที่คนไม่เคยรู้

1. อย่าเบิร์นแรง

หูฟังบางตัวเมื่อประกอบมาใหม่ ตัวดอกลำโพงหรือ Driver จะถูกขึงมาค่อนข้างตึง ถ้าหากเราเปิดเสียงดังอัดเข้าไปขณะทำการ Burn-In หูฟัง จะทำให้โอกาสที่ Driver เกิดการฉีกขาดมีมาก ควรจะเบิร์นในความดังระดับที่เราฟังปกติ หรือดังกว่าเล็กน้อยนั่นเอง

2. เวลาถอดจับที่ขั้ว

ในขณะที่ถอดหูฟังออกจากเครื่องเล่นเพลงหรือสมาร์ทโฟน ให้จับที่ขั้วหูฟังแล้วดึงออก อย่าดึงที่สายเป็นอันขาดเพราะจะทำให้เกิดปัญหาสายขาดในที่ทำให้เสียงติดๆดับๆได้

3. ใส่หูฟังก่อนแล้วค่อยเปิดเพลง

หูฟังแบบอินเอียร์ควรจะใส่หูฟังเข้าในหูของเราก่อน แล้วค่อยเปิดเพลงจากเครื่องเล่น เพราะในระหว่างที่เราเปิดเพลง Driver ของหูฟังจะมีการขยับหรือทำงานอยู่ ซึ่งหากเราเปิดเพลงก่อนในจังหวะที่ใส่หูฟังเข้าหูนั้นจะมีแรงดันกระแทกจากรูหูเข้าสู่ตัวหูฟัง ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อไดรเวอร์แล้ว ก็ทำร้ายเยื่อแก้วหูเราเช่นเดียวกัน

หูฟัง
หูฟัง

4. เบาเสียงลง

การฟังเพลงที่ดังเกินไปมากนอกจากจะส่งผลเสียงต่อหูฟังแล้ว ยังส่งผลเสียต่อหูของเราด้วยเช่นกัน ดังนั้นควรฟังในความดังที่พอเหมาะ ไม่ดังเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน

5. หูฟัง เล็กต้องระวังเรื่องแรงขับ

สำหรับหูฟังขนาดเล็กเช่นหูฟัง In-Ear หรือ Earbud การต่อกับเครื่องเล่น, แอมป์บางชนิด หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์ จะมีแรงขับมากเกินกว่าที่หูฟังจะรับได้ ซึ่งส่งผลให้หูฟังพังไวขึ้นนั่นเอง

6. เก็บใส่กล่องหรือกระเป๋า

ควรหากล่องหรือกระเป๋าสำหรับเก็บหูฟังโดยเฉพาะ เพราะหากวางไว้แล้วโดนของกดหรือทับ ไม่จะเป็นแรงกดทับเพียงเล็กน้อยแต่หากโดนบ่อยๆ หรือเป็นระยะเวลานาน ก็ทำให้หูฟังเสียหายได้เช่นกัน

7. เก็บสายให้เป็นระเบียบ

การที่เราเก็บสายหูฟังไม่เป็นระเบียบ อาจจะทำให้เกิดสายพันกันเป็นปมได้ ซึ่งหากเป็นหลายๆครั้งก็มีโอกาสที่จะทำให้สายขาดในได้เช่นกัน โดยวิธีการพันสายหูฟังนั้นหากเป็นหูฟังพกพาให้เอาสายพันรอบนิ้วเรา 3 นิ้ว (นิ้วชี้, นิ้วกลาง, นิ้วนาง) โดยพยายามพันให้เป็นลักษณะวงกลมมากที่สุด อย่าหักหรือพับสายมาก เพราะจะทำให้สายขาดในได้

8. ลดเบสลงหน่อย

เสียงเบสเป็นเสียงที่ทำร้ายหูฟังได้มากที่สุด การที่เราใช้ฟังก์ชันต่างๆ อย่าง Bass Boost เพื่อเร่งย่านความถี่ต่ำมากเกินไป ถึงแม้ว่าจะมีหูฟังสำหรับเบส แต่ถ้าเราเร่งมากเกินจนหูฟังจะรับได้ ก็เสียหายได้เหมือนกัน

9. หลีกเลี่ยงที่ร้อนและชื้น

อย่าเก็บหูฟังในที่ๆร้อนหรือชื้นเกินไป เพราะจะทำให้หูฟังเสื่อมสภาพและมีอายุการใช้งานสั้นลง

10. ทำความสะอาดบ้าง

หลังการใช้งานควรใช้สำลีหรือผ้าชุบแอลกอฮอล์และเช็คทำความสะอาดหูฟัง ไล่ตามสายลงมาเพราะเอาคราบเหงื่อหรือคราบสกปรกต่างๆออกจากสายและตัวหูฟัง เพราะถ้าเราทิ้งคราบเหงือไว้นานๆจะทำให้สายแข็งและกรอบได้

เรียบร้อยไปแล้วครับสำหรับวิธีการดูแลรักษาหูฟังแบบง่ายๆ ให้อยู่คู่กับเราไปนานๆ ทางทีมงาน Mercular.com หวังว่าบทความวิธีการดูแลรักษาหูฟังนี้ จะทำให้เหล่านักฟังเพลงได้ประโยชน์หรือใช้หูฟังได้นานและ “คุ้มค่า” กับเงินที่เสียไปมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่มีทริคเด็ดๆเพิ่มเติมในเรื่องของการดูแลรักษาหูฟังหรือไปลองทำแล้วได้ผลยังไงมาแชร์กันได้เลย

4 วิธีถนอมหูฟังสุดรักของคุณให้ใช้งานได้นานๆ หูฟัง

หูฟังทั้งแบบมีสายและไร้สายเป็นอีกอุปกรณ์เสริมที่หลายคนติดตัวเป็นประจำ และมักจะใช้งานอยู่เป็นประจำ แต่รู้หรือไม่ว่าที่จริงหูฟังก็มีวิธีถนอมและรั

พับเก็บสายแบบวงกลม

วิธีแรกคือการเก็บหูฟังแบบสายให้เป็นวงกลม นอกจากเป็นวิธีที่ถนอมหูฟังแล้ว เวลาใช้งานก็สามารถดึงแล้วผลักให้ใช้งานได้แบบง่ายดาย และยังเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยพร้อมใช้งานได้เช่นเดียวกัน

หมั่นถอดจุกหูฟังมาทำความสะอาด

หูฟังมักจะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่กับหูของเราเสมอ โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ในหูควรจะทำความสะอาด ด้วยการถอดออกมาแล้วถูกับน้ำหรือสบู่จากนั้นก็เช็ดเก็บให้เรียบร้อย ก่อนนำไปใช้
อย่างไรก็ตามจุกหูฟังก็มีอายุการใช้งานอยู่ หากสังเกตว่ายางเริ่มเสื่อมแล้วก็ควรหาเปลี่ยนได้แล้ว

หูฟัง
หูฟัง

หลีกเลี่ยงให้หูฟังถูกน้ำ หูฟัง

สำหรับหูฟังแบบมีสายบางรุ่นอาจจะไม่ได้ออกแบบให้กันน้ำ หรือ กันเหงื่อ ก็ความหลีกเลี่ยงการถูกน้ำ เพราะอาจจะทำให้หูฟังไม่สามารถใช้งานได้ แต่ถ้า

อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมด

เช่นเดียวกับอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ หูฟัง Bluetooth ก็ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมด หากปล่อยให้แบตฯหมดบ่อย ๆจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมและอายุสั้นลง หรือปล่อยชาร์จทิ้งไว้ก็มีสิทธิ์ที่จะเสื่อมได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบไหน อุปกรณ์นี้ก็สร้างความเพลิดเพลินระหว่างการเดินทางได้เช่นเดียวกัน หรือใช้ฟังเพลงและข่าวสาร ก็ควรรักษา และไม่ควรฟังนานเกินไปนะครับ

คำสำคัญ

  • หูฟัง samsung
  • หูฟัง in ear
  • หูฟัง iphone
  • หูฟัง jbl
  • หูฟังมีสาย
  • หูฟังเกมมิ่ง
  • หูฟัง bluetooth
  • หูฟังเสียงดี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Back to top button