วิถีชีวิต (lifestyle)

10 อันดับ หูฟัง/หูฟังไร้สาย ราคาต่ำกว่า 500 หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022

หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022 “หูฟัง” หรือ “Earphone” ถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญสำหรับคนที่ชอบเสียงดนตรี การฟังเสียงเพลงจากสมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลง หรือคอมพิวเตอร์ให้สนุกและได้อรรถรสในการฟัง ดังนั้นจึงควรเลือกหูฟังที่มีคุณภาพเสียงที่ดี รวมถึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับการใช้และ Lifestyle ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเภทของหูฟังมีสาย, หูฟังไร้สาย, รูปทรงของหูฟัง หรือใครที่ต้องการใช้เพื่อพูดคุยก็ควรเลือกหูฟังที่มีไมโครโฟนมาให้ด้วย เพื่อการใช้งานที่สะดวกครบครัน ซึ่งหูฟังที่ดีและมีคุณภาพนั้นไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป ในบทความนี้ เราจึงนำหูฟังที่ราคาย่อมเยา ต่ำกว่า 500 บาท แต่ให้เสียงคุณภาพยอดเยี่ยมมาฝากกันค่ะ

สำหรับมือใหม่นั้นอาจเป็นเรื่องยาก เพราะว่าหูฟังนั้นมีหลากหลายประเภท แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาบอกถึงวิธีการเลือกหูฟัง พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านหูฟัง รวมถึงการจัดอันดับ 10 อันดับ หูฟัง/หูฟังไร้สาย ราคาไม่เกิน 500 บาท จากหลากหลายแบรนด์ดัง เช่น Lenovo, Xiaomi, QKZ, PLEXTONE, JBL ซึ่งเราได้หาข้อมูลและคัดสรรแต่รุ่นเด็ด ๆ ที่เป็นที่นิยมมาให้แล้ว คงอยากจะรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะคะว่ามีรุ่นไหนบ้าง ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับวิธีการเลือกกันก่อน เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสิน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ !

หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022 เลือกซื้อหูฟังไร้สาย/หูฟังไร้สาย ในราคาไม่เกิน 500 บาท

จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัย ราชมงคล ล้านนา ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ประจำ และใช้เวลาว่างในการทำช่อง Youtube “แมวนูน” ในการรีวิว Gadget และ เครื่องเล่นเกมใหม่ ๆ เพื่อเติมเต็มความชอบส่วนตัวที่มีมาตั้งแต่เด็ก ๆ และติดตามข่าวเกมเป็นประจำ ทั้ง PlayStation, Nintendo, XBOX อีกทั้งยังชอบดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือและการ์ตูน

หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022
หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022

ตารางเปรียบเทียบหูฟัง/หูฟังไร้สาย

ผลิตภัณฑ์ TOP 5 แนะนำสำหรับหูฟัง ราคาต่ำกว่า 500 บาท ยี่ห้อไหนดี ได้แก่:

  • Lenovo – หูฟัง Bluetooth รุ่น HE05
  • Xiaomi – Redmi Airdots 2
  • QKZ – หูฟังมีสาย รุ่น AK6
  • PLEXTONE – G20
  • JBL – หูฟัง Inear รุ่น T110

ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณเพิ่มเติมได้จากตารางเปรียบเทียบข้อมูลสินค้าด้านล่าง

10 อันดับ หูฟัง / หูฟังไร้สาย ราคาต่ำกว่า 500 บาท ยี่ห้อไหนดี ที่สามารถซื้อออนไลน์ได้

และแล้วก็มาถึงการจัดอันดับหูฟัง 10 รุ่นจากหลากหลายยี่ห้อที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้ค่ะ หูฟังเหล่านี้ถูกจัดอันดับโดยการเปรียบเทียบจากทั้งเรื่องของคุณภาพของเสียง ฟังก์ชันในการใช้งาน และที่สำคัญ ในเรื่องของราคาที่ไม่เกิน 500 บาท จะมีตัวไหนที่จะทำให้ไลฟ์สไตล์ของคุณสะดวกสบายและการฟังดนตรีของคุณนั้นสนุกสนานไพเราะมากขึ้นอีกหนึ่งระดับได้บ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ !

1

ประเภท ไร้สาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 3 สี
ฟังก์ชันเสริม Bluetooth / ไมโครโฟน / ตัดเสียงรบกวน

2

ประเภท ไร้สาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 1 สี
ฟังก์ชันเสริม Bluetooth / ไมโครโฟน / ตัดเสียงรบกวน

3

ประเภท มีสาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 7 สี
ฟังก์ชันเสริม ไมโครโฟน / ตัดเสียงรบกวน

4

ประเภท มีสาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 3 สี
ฟังก์ชันเสริม ไมโครโฟน / ตัดเสียงรบกวน

5

ประเภท มีสาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 3 สี
ฟังก์ชันเสริม ไมโครโฟน

6

ประเภท มีสาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 2 สี
ฟังก์ชันเสริม ไมโครโฟน

7

ประเภท มีสาย
รูปร่างหูฟัง Earbuds Type
จำนวนสี 2 สี
ฟังก์ชันเสริม ไมโครโฟน

8

ประเภท ไร้สาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 2 สี
ฟังก์ชันเสริม Bluetooth / ไมโครโฟน / กันน้ำ

9

ประเภท มีสาย
รูปร่างหูฟัง In-Ear Type
จำนวนสี 5 สี
ฟังก์ชันเสริม

10

ประเภท ไร้สาย
รูปร่างหูฟัง Earbuds Type
จำนวนสี 5 สี
ฟังก์ชันเสริม Bluetooth / ไมโครโฟน

หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022 วิธีการเลือกหูฟัง/หูฟังไร้สาย ราคาต่ำกว่า 500 บาท

หลายคนอาจคิดว่า หูฟังคุณภาพดีที่สามารถฟังดนตรีได้ไพเราะต้องเป็นหูฟังที่มีราคาแพงเท่านั้น แต่ทราบกันหรือไม่ว่า หากเราตั้งใจค้นหากันสักนิดก็จะสามารถหาซื้อรุ่นที่มีคุณภาพดีในราคาต่ำกว่า 500 บาทได้อย่างแน่นอน! ในบทความนี้ เรามีข้อควรระวังในการเลือกซื้อหูฟังที่มีราคาต่ำกว่า 500 บาท มาฝากกันค่ะ

หูฟังมีสายหรือไร้สาย เลือกแบบไหนดี

หูฟังสมัยนี้แม้ราคาไม่แพงแต่มีหลายรูปแบบให้เลือก ก่อนอื่นให้เริ่มจากเลือกประเภทของหูฟังก่อนว่าต้องการแบบมีสายหรือไร้สาย โดยวันนี้ เรานำข้อดี-ข้อเสียของหูฟังแต่ละประเภทมาให้แบ่งปันให้คุณพิจารณาก่อนเลือกซื้อค่ะ

แบบมีสาย : โดดเด่นเรื่องคุณภาพเสียง ดูหนัง เล่นเกมได้อรรถรส

หูฟังแบบมีสายเป็นหูฟังแบบดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยที่สุด การแปลงสัญญาณโดยตรงผ่านสายเคเบิลจะทำให้เสียงที่ได้มีคุณภาพสูง และไม่มีการดีเลย์ การดูหนัง ฟังเพลงจึงได้อรรถรสไม่ติดขัด โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมหูฟังแบบนี้น่าจะเหมาะกับคุณมากที่สุด แม้อาจจรู้สึกว่ามีสายแล้วเกะกะ แต่ข้อดีอีกอย่างที่ต่างจากหูฟังแบบไร้สาย คือ ไม่ต้องชาร์จไฟก็สามารถใช้ได้ ให้คุณเพลิดเพลินกับการใช้หูฟังได้อย่างไม่ขาดตอน

อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังก็คือ ขณะนี้สมาร์ทโฟนอย่าง iPhone ได้เปลี่ยนจากช่องเสียบหูฟังแบบทั่วไป Aux ไปเป็นช่องเสียบแบบ Lightning ดังนั้น หากต้องการใช้หูฟังตัวโปรดกับ iPhone ผู้ใช้ก็จำเป็นต้องซื้อ Adapter ต่างหากเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อได้เหมือนเดิม

เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้หลายคนยังใช้หูฟังแบบมีสายอยู่ ทั้ง ๆ ที่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีไร้สายมาให้เลือกมากมายก็คือ คุณภาพของเสียงที่แตกต่างกันอย่างรู้สึกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหูฟังไร้สายราคาประหยัดที่คุณภาพของการส่งรับสัญญาณอาจเป็นไปได้ไม่ค่อยราบรื่นนัก อีกทั้งในแง่ของคุณภาพเสียงที่อาจสูญเสียไประหว่างการส่งสัญญาณผ่านอากาศและความสม่ำเสมอของการเชื่อมต่อ ซึ่งอาจเกิดการสะดุดหรือโดนแทรกของสัญญาณระหว่างการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ส่งผลให้ผู้ใช้เสียอารมณ์ขณะใช้งานได้ แต่สำหรับการใช้หูฟังแบบมีสายนั้น ผู้ใช้จะได้รับสัญญาณเสียงอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่หูฟังตัวนั้นจะให้ได้ครับ

แบบไร้สาย : พกง่าย ความสะดวกสบายมาก่อน

เรียกได้ว่าอาจจะเป็นเพราะการที่ iPhone เอาช่องเสียบหูฟังออกก็ได้ที่ส่งผลให้เวลานี้หูฟังแบบไร้สายนั้นมาแรงสุด ๆ ขณะนี้จึงมีหลายหลายแบรนด์ที่ผลิตสินค้าออกมาวางจำหน่ายหลากหลายชนิดเลย จนทำให้ราคาหูฟังประเภทนี้ไม่แพงเหมือนสมัยก่อน ข้อดีที่เด่นชัดที่สุดของหูฟังไร้สาย คือ ตัดความยุ่งยากเกี่ยวกับสายเคเบิลให้หมดไป โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่าเป็น True Wireless ซึ่งอุปกรณ์ทั้งสองข้างจะแยกกันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งเพิ่มอิสระให้การใช้หูฟังมากขึ้นไปอีก

เนื่องจากเป็นหูฟังที่เชื่อมต่อกับต้นสัญญาณเสียงด้วย Bluetooth การตรวจสอบว่าต้นเสียงรองรับ Bluetooth เวอร์ชันเดียวกับหูฟังหรือไม่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามลืม แต่โดยทั่วไป หากใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนก็จะไม่ค่อยพบปัญหาเรื่องนี้

จุดแข็งมาก ๆ ของหูฟังแบบไร้สายคือ ความสะดวกสบายที่แตกต่างจากหูฟังแบบมีสายที่บังคับให้เราต้องต่อกับเครื่องเล่น/โทรศัพท์/หรือ/คอมพิวเตอร์ตลอดเวลาและจำกัดการเคลื่อนไหวของเรา ในขณะที่หูฟังแบบไร้สายนั้น เราจะเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างสะดวกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะฟังเพลง ฟัง Podcast หรือดูหนังก็ให้เสียงที่ดีและตอบโจทย์ได้ในระดับหนึ่งเลยครับ

หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022 เลือกจากรูปทรงของหูฟัง/หูฟังไร้สาย

รูปทรงของหูฟังแบบ Earphone นั้นหลัก ๆ แล้วแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ “In-Ear Type” หรือหูฟังที่ใส่เข้าไปในรูหู และ “Earbuds Type” หรือหูฟังแบบดั้งเดิมที่มีรูปร่างกลมแบน โดยแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกันไป ดังนี้ค่ะ

หากเน้นความกระชับ เสียงไม่เล็ดลอด มี Dynamic ต้อง “In-Ear Type”

เนื่องจากหูฟังประเภท “In-Ear Type” หรือที่บางคนเรียกว่า Piston หรือ Canal Type นั้น เรียกได้ว่าเป็นหูฟังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน หูฟังจะมีลักษณะเป็นยางหรือโฟม ใช้งานโดยการอุดเข้าไปในรูหู จึงมีความกระชับพอดีกับรูหูไม่หลุดง่าย ช่วยให้สามารถรับฟังเสียงเพลงได้ชัดทุกรายละเอียด โดยปราศจากเสียงรบกวนจากภายนอก จึงทำให้เราสามารถดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มอิ่ม นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกหลายชนิดย่อยลงไปอีก ทั้งแบบที่สามารถรองรับตั้งแต่เสียงสูงไปจนเสียงต่ำได้เป็นอย่างดี หากใครกำลังมองหาหูฟังเน้นคุณภาพที่สามารถให้เสียงที่ชัดเจน ให้เสียงมีไดนามิก หูฟังประเภท In-Ear Type คือ คำตอบของคุณค่ะ!

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มีคุณสมบัติกันเสียงรบกวนจากภายนอก ผู้ใช้จึงควรระมัดระวังขณะใช้งาน เพราะอาจทำให้ไม่ได้ยินเสียงบรรยากาศรอบตัว จนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือได้รับอันตรายได้

จุดเด่นของหูฟังแบบ In-Ear คือ การที่หูฟังเสียบเข้าไปในรูหูของเราและมีตัวยางคอยกั้นป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้เราสามารถได้ยินเสียงเพลงของเราอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเปิดเสียงดัง ๆ ซึ่งปลอดภัยต่อสุขภาพการได้ยิน และการที่มีตัวยางคอยปิดรูหูของเรา ก็ช่วยทำให้ย่านต่างถูกได้ยินอย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นย่านกลาง, แหลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งย่านความถี่ต่ำอย่างพวกเสียงเบสต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาของหูฟังขนาดเล็กที่มี Driver ขนาดเล็กจนไม่สามารถขับเสียงย่านนี้ได้ การที่หูฟังถูก Boost ขึ้นมา จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกถึงลมที่ดันออกมาได้ชัดเจนและฟังดนตรีได้สนุกยิ่งขึ้นครับ

ไม่เจ็บหูเมื่อใส่นาน ๆ และปลอดภัยขณะสัญจรตามท้องถนน ต้อง “Earbuds Type“

ข้อดีที่เห็นได้ชัดของหูฟังประเภท “Earbuds Type” เมื่อเทียบกับ In-Ear Type นั้นก็คือเรื่องของราคาที่ถูกกว่า และให้ความรู้สึกสบายในการสวมใส่ เนื่องจาก หูฟังประเภทนี้จะใช้งานโดยการสอดเข้าไปบริเวณหู จึงทำให้แม้ใส่หูฟังเป็นเวลานานก็ไม่รู้สึกอึดอัด สำหรับเสียงที่ได้อาจจะไม่ละเอียดเท่าหูฟัง In-Ear แต่ก็ถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง ให้เสียงที่ฟังสบายและโปร่ง ที่สำคัญด้วยความที่ใช้สอดหู เสียงภายนอกจึงสามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ขณะฟังเพลง ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นข้อดีที่ช่วยลดการเกิดอันตรายระหว่างใช้งาน อย่างเช่นเวลามีรถวิ่งมาก็ทำให้เรารู้ตัวจึงใช้ได้อย่างปลอดภัยมากกว่า

อย่างไรก็ตาม หูฟังประเภท Earbuds Type ก็มีเรื่องที่ต้องระวังคือเสียงที่ลอดออกมารบกวนคนรอบข้างหากเปิดเสียงดัง และหูฟังอาจหลุดได้ง่ายหากเคื่อนไหวเยอะ

สำหรับคนที่ลองใส่หูฟังแบบ In-Ear แล้วรู้สึกอึดอัด ใส่ไม่ค่อยสบาย Earbuds ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเพียงแค่วางตัวหูฟังไว้บนชั้นหูของเรา ซึ่งมีลักษณะคล้าย ๆ กับเราเอาลำโพงขนาดเล็กมาก ๆ มาใส่ในหู ทำให้นอกจากเสียงเพลงที่ได้จากตัวหูฟังแล้ว เรายังสามารถได้ยินเสียงสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เข้ามาบ้าง รวมถึงเป็นการช่วยระบายอากาศขณะที่สวมใส่ ทำให้ความรู้สึกในการใส่มีความโล่งหูมากกว่านั่นเอง

เลือกจากขนาดของหูฟัง/หูฟังไร้สายและ Earpiece

“ตัวยาง” ของส่วนที่สัมผัสกับใบหูของหูฟังประเภท In-Ear Type นั้นเรียกว่า “Earpiece” ซึ่งหลัก ๆ แล้วทำมาจากยางซิลิโคนและโฟมยูรีเทน และตัวยางนี้เองที่เป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพของเสียงของหูฟังประเภทนี้ เพราะฉะนั้นเวลาเลือกซื้อจึงควรเลือกขนาดที่ฟิตพอดีกับใบหู โดยปกติแล้ว Earpiece ที่ให้มากับหูฟังนั้นจะมีขนาดไซซ์ S・M・L หากความฟิตไม่พอดี การซื้อมาเปลี่ยนก็เป็นอีกทางเลือกเพื่อให้ได้รับฟังเสียงที่ดีขึ้นค่ะ

สำหรับใครที่ต้องการกันเสียงรบกวนภายนอกเพื่อเพิ่มอรรถรสในการฟัง แนะนำให้เลือก Earpiece ที่มีวัสดุทำจากโฟมยูรีเทนเลยนะคะ นอกจากนี้ในปัจจุบันได้มีการจำหน่าย Earpiece ประเภทต่าง ๆ อาทิเช่น ประเภท Low Repulsion Type, ประเภท Three Layers Type และประเภทอื่น ๆ อีกมากมายหลากหลายชนิด ใครชื่นชอบแบบไหนสามารถเลือกซื้อได้ตามสไตล์เลยค่ะ

ขนาดและประเภทของหูฟังแต่ละแบบนั้นให้คุณภาพเสียงและตอบสนองรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น หูฟังแบบครอบหู Over-ear ก็จะมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ ให้เสียงที่สะใจมากกว่า แต่ก็แลกกับขนาดเทอะทะ ในขณะที่หูฟังอย่าง Ear-bud นั้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองสายเดินทางและเน้นพกพาเพื่อฟังเพลงแบบสบาย ๆ ส่วนหูฟังแบบ In-ear เน้นไปที่การใส่ที่กระชับ ส่ายหัวแรง ๆ ก็หลุดยาก ช่วยตัดเสียงรบกวนของสภาพแวดล้อมได้ดี เวลาเลือกก็ถามตัวเองอีกทีดูครับว่า เราซื้อเพื่อเอาไปใช้งานในลักษณะแบบไหน

เลือกหูฟัง/หูฟังไร้สายแบบมีไมโครโฟนสำหรับพูดคุยโทรศัพท์

หูฟังที่ขายอยู่ทั่วไปนอกจากฟังเพลงแล้วในบางรุ่นยังมาพร้อมไมโครโฟนในตัว เพื่อที่เราจะได้สามารถใช้พูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย ดังนั้น ใครที่ต้องการหูฟังที่ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ฟังเพลง แต่ยังสามารถใช้รับสายโทรศัพท์ได้ ก็อย่าลืมตรวจสอบหูฟังที่คุณกำลังเลือกซื้อว่า มีฟังก์ชันไมโครโฟนมาให้ด้วยหรือไม่

สำหรับหูฟังแบบมีสายตัวไมโครโฟนมักจะอยู่บริเวณสายของหูฟัง ซึ่งส่วนใหญ่จะมาพร้อมแผงควบคุม ที่ให้เราสามารถกดรับ-วางสาย และเพิ่ม-ลดระดับเสียงได้ ส่วนหูฟังแบบไร้สายจะมาในรูปแบบไมโครโฟนที่ฝังมากับตัวหูฟัง ซึ่งในบางรุ่นใช้การควบคุมด้วยระบบสัมผัส แต่บางรุ่นต้องสั่งการผ่านมือถือค่ะ

อีกฟีเจอร์ที่น่าเอามาพิจารณาเวลาซื้อหูฟังก็คือ ไมโครโฟน ครับ เพราะเราสามารถใช้ในการรับโทรศัพท์, ทำ Voice Memo บันทึกช่วยจำ หรือแม้แต่การอัดเสียงตัวเองเพื่อทำ Podcast หรือทำวิดีโอต่าง ๆ ได้ ถ้าหูฟังมีไมโครโฟนมาให้ด้วยก็สะดวกมากกว่าในการใช้งาน ไม่ต้องคอยหาอุปกรณ์แยกกันครับ

หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022 เลือกหูฟัง/หูฟังไร้สายจากคุณภาพเสียงที่ได้

อีกปัจจัยที่คอยกำหนดคุณภาพหูฟังก็คือ คุณภาพเสียง นั่นหมายถึงคุณลักษณะต่าง ๆ ของตัวหูฟังเอง อย่างในแบบไร้สายการเข้ากันของ Codec หรือลักษณะการบีบอัดไฟล์ของตัวหูฟังเองกับต้นเสียงเป็นตัวแปรที่สำคัญ ในการทดสอบคุณภาพเสียงของหูฟังนั้น ๆ ทางที่ดีที่สุด คือ ให้ลองฟังเสียงที่ได้ด้วยเพลงที่คุณชอบ หากไม่สามารถทำได้ก็ให้หารีวิวอ่านดูเยอะ ๆ เพื่อตรวจสอบว่ารุ่นนั้นให้เสียงในสไตล์ที่คุณชอบหรือไม่ โดยต้องไม่ลืมว่า ต้องศึกษาจากผู้รีวิวที่ชอบเสียงแนวเดียวกับคุณ เพราะเสียงที่ชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกันเสียทีเดียวนะคะ

หัวใจสำคัญที่สุดของการเลือกซื้อหูฟังคือ คุณภาพของเสียง โดยหูฟังแต่ละยี่ห้อจะมีลักษณะของเสียงที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็จะไปสัมพันธ์กับลักษณะของแนวดนตรีรวมถึงความชอบในโทนเสียงของผู้ใช้ ก่อนทำการซื้อ อยากให้ศึกษาว่าแบรนด์หูฟังที่เรากำลังจะซื้อนั้น มีแนวเสียงแบบไหน โดยอย่างน้อยก็ควรจะเป็นแนวเสียงที่เราได้ลองฟังแล้วรู้สึกว่า ฟังได้นานโดยไม่รู้สึกหนวกหูก็จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นเวลาฟังครับ

หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022
หู ฟัง qkz รุ่น ไหน ดี 2022

เลือก Driver Unit ที่เหมาะสมกับแนวเพลงที่ชอบ

“Driver Unit” เป็นส่วนที่สำคัญในการเลือกหูฟัง Driver Unit นั้น ก็คือ “กลไกที่ทำให้เกิดเสียง” เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น คือ Driver Unit เป็นส่วนสำคัญที่มีบทบาทในการแปลงสัญญาณไฟฟ้าที่ถูกส่งจากเครื่องเล่นให้เป็นเสียงเพลงนั่นเอง ซึ่งความถนัดในการให้เสียงของ Driver Unit แต่ละชนิดจะแตกต่างกันไป มาเลือกแบบที่เหมาะกับแนวการฟังเสียงดนตรีแนวที่เราชอบกันค่ะ

Dynamic Type เหมาะกับคนที่ชอบฟังเบสต่ำ ๆ

ประเภทแรกคือ “Dynamic type” เป็นระบบการขับเคลื่อนที่โดดเด่นในการให้เสียงที่เป็นธรรมชาติ และการเล่นเสียงเบสต่ำที่มีไดนามิกทรงพลังนุ่มลึก รู้สึกได้ถึงอิมแพคของเนื้อเสียง ถึงแม้จะมีโครงสร้างที่เรียบง่าย แต่มีข้อดี คือ สามารถให้เสียงได้หลากหลาย และเมื่อเทียบโดยราคาแล้วถือเป็นหูฟังที่ซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่า

Balanced Armature Type เสียงเคลียร์ใส เสียงร้องกังวาน

ประเภทถัดมาคือ “Balanced Armature Type” ซึ่งเป็นระบบที่ถูกใช้ในหูฟังประเภท In-Ear Type เป็นส่วนมาก การทำงานคล้ายกับแบบ Dynamic มีจุดเด่นที่สามารถแยกจูนเสียงได้ จึงแยกรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างมีมิติ ให้เสียงคนร้องและดนตรีที่ใสและคมชัด เหมาะกับทั้งฟังเพลงแนวฟังสบายหรือเพลงคลาสสิก เพลงบรรเลงก็เพราะค่ะ

อีกวิธีหนึ่งในการเลือกหูฟังคือ ให้เราลองลิสต์ศิลปินที่เราชอบขึ้นมาสัก 20 คน เพื่อดูว่าศิลปินที่เราชอบมีแนวเพลงแบบไหน แล้วจึงค่อยหาหูฟังที่มี Driver Unit ที่สัมพันธ์กับแนวดนตรีนั้น ๆ เช่น ถ้าเป็นแนว Rock/EDM/Hip Hop/Dance อาจเน้นเสียงย่านความถี่ต่ำ, เสียงกลางปกติ, เสียงสูงเด่นสักเล็กน้อย และเลือกหูฟังที่มี Driver แบบ Dynamic แต่ถ้าชอบเพลง Jazz/Pop Vocal/เพลงฟังสบาย ๆ ก็อาจจะเน้นย่านความถี่กลางและสูง เพื่อให้เสียงร้องและเครื่องดนตรีโดดเด่น และหาหูฟังที่มี Driver แบบ Balanced Armature เป็นต้น

สำหรับคนที่มีงบขยับเพิ่มมาสูงอีกนิดหน่อย หรือต้องการหูฟังที่มีฟังก์ชันเสริมมากยิ่งขึ้นอย่างเช่น สามารถกันน้ำได้, หูฟังเบสหนัก, หูฟังเกมมิ่ง เป็นต้น บทความด้านล่างนี้ก็ได้นำวิธีการเลือกและจัดอันดับสินค้าแนะนำยี่ห้อต่าง ๆ มาให้คุณได้เลือกกันด้วยค่ะ ลองกดเข้าไปชมกันได้นะคะ

Burn-In หูฟังก่อนใช้งาน เพื่อคุณภาพเสียงที่แท้จริง

สำหรับคนที่รักการฟังเพลงคงจะรู้จักวิธี “การเบิร์นหูฟัง (Burn-In)” กันอยู่แล้ว หากถามว่าทำไมต้องเบิร์นหูฟังก็ต้องบอกว่า ในตอนแรกที่ซื้อหูฟังมาหากนำไปใช้งานทันทีเสียงที่ได้นั้นจะยังไม่เข้าที่ แต่เมื่อใช้งานนานไปคุณภาพเสียงจะเริ่มดีขึ้น ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงนิยมเบิร์นหูฟังก่อนนำไปใช้งานจริง เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมหูฟังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับการเบิร์นหูฟังนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงเลือกเพลงที่มีย่านเสียงครบทั้ง ต่ำ กลาง สูง เพื่อดึงเอาคุณภาพของเสียงออกมา โดยเปิดเพลงในระดับเสียงปกติหรือเบากว่าปกติเล็กน้อย เป็นเวลา 50 ชั่วโมงขึ้นไป หรือบางคนอาจจะใช้โปรแกรมสำหรับเบิร์นหูฟังโดยเฉพาะก็ได้

อย่างไรก็ตาม การเบิร์นหูฟังไม่ได้หมายความว่าหากเอาหูฟังที่คุณภาพต่ำมาทำการเบิร์นแล้วเสียงจะดีขึ้นเหมือนหูฟังที่คุณภาพสูงนะคะ การเบิร์นหูเป็นเพียงวิธีการช่วยดึงเอาประสิทธิภาพที่แท้จริงของหูฟังออกมาตามที่สเปกหูฟังควรจะเป็นเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณภาพเสียงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของหูฟังแต่ละรุ่น ในบางรุ่นหลังจากเบิร์นหูฟังแล้วอาจจะแทบไม่เห็นความแตกต่างก็เป็นไปได้ค่ะ

หูฟังที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณ

ชนิดหูฟังยังมีให้เลือกอีกมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อ หากคุณรักการเล่นกีฬา หรือเป็นนักธุรกิจที่ต้องมีหูฟังติดหูเพื่อติดต่อสื่อสารโดยตลอด เราขอเสนอตัวเลือกเฉพาะทางให้คุณ ๆ ได้ ลองแวะเข้าไปดูที่บทความด้านล่างนี้เพื่อเพิ่มตัวช่วยในการเลือกหูฟังคู่ใจดูนะคะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับวิธีการเลือกหูฟัง และการจัดอันดับ 10 อันดับ ของหูฟังคุณภาพ ที่มาในราคาเพียงไม่ถึง 500 บาท ที่ทางเราได้นำมาฝากกัน เรียกได้ว่าคุ้มค่าเกินราคาเลยใช่ไหมล่ะค่ะ ซึ่งบทความในครั้งนี้เราแบ่งประเภทของหูฟังออกเป็นหลายประเภท เพื่อตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันของผู้ใช้

อ่านจนถึงตรงนี้ บางคนอาจจะยังเลือกไม่ได้เพราะแต่ละรุ่นก็มีความโดดเด่นที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงดีไซน์ที่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่แบบเรียบไปจนถึงดีไซน์ล้ำสมัย ซึ่งก็ไม่ต้องรีบร้อนไปค่ะ ค่อย ๆ ตัดสินใจเลือกรุ่นที่คิดว่าเหมาะกับตัวเองที่สุด ทีมงานของเราหวังว่า บทความในวันนี้จะช่วยให้ผู้อ่านทุกคนให้สามารถเลือกหูฟังที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ง่ายขึ้น เพื่อเติมเต็มอรรถรสในการฟังเพลง และความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันค่ะ

คำสำคัญ: 0

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Back to top button