วิถีชีวิต (lifestyle)

บ่มจนได้ที่ Brand Loyalty ของชาวร็อค

จากกระแสร้อนแรงของภาพยนตร์ Bohemian Rhapsody มีส่วนทำให้เพลงร็อคยุค 70 และ 80 กลับมาเป็นที่นิยมระดับหนึ่งในหมู่นักฟังเพลงรุ่นใหม่ และอาจต่อยอดไปถึงการสร้าง Brand Loyalty ของชาวร็อคได้ในโอกาสต่อไป


wikipedia.org
Philip Kotler กูรูนักการตลาดระดับโลก พูดถึง Brand Loyalty เอาไว้ว่า 
Brand หมายถึง ตราสินค้า Loyalty หมายถึง ความจงรักภักดี ดังนั้น Brand Loyalty จึงหมายถึง ความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ Brand Loyalty จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของลูกค้าในการพิจารณาคุณค่าของแบรนด์สำหรับการเลือกใช้สินค้าหรือบริการ ว่าจะจงรักภักดี หรือซื่อสัตย์ต่อ Brand ได้อย่างยาวนานเพียงไร ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยของ Brand เอง

นอกจากนี้ Kotler ยังได้กล่าวถึงกระบวนการสร้างแบรนด์ที่ประกอบด้วย 8 ขั้นตอน คือ

1) รู้จักกลุ่มเป้าหมาย

2) กำหนดบุคลิก

3) ออกแบบคุณค่าที่จะมอบให้

4) กำหนดคำสัญญาจากคุณสมบัติและจุดเด่น

5) สร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่า

6) สื่อสารเรื่องราวของแบรนด์

7) กำหนดจุดยืน

8) ส่งมอบคุณค่าดังคำสัญญาด้วยความมุ่งมั่นและเต็มใจ

และที่จะลืมพูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ‘มิติแบรนด์’ ของ Kotler ที่กล่าวไว้ว่า มีทั้งสิ้น 5 มิติ คือ

1) มิติทางอารมณ์

2) มิติทางความรับผิดชอบต่อสังคม

3) มิติด้านผลงาน

4) มิติด้านวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ

5) มิติด้านบรรยากาศที่ทำงาน

ดังนั้น ผมจึงขอสรุปว่า Brand ที่ดี ที่สามารถสร้าง Loyalty ให้กับลูกค้าได้ จะต้องมีความซื่อสัตย์กับลูกค้าก่อน และที่สำคัญ Brand ที่ดี จะต้องจงรักภักดีกับลูกค้าก่อน ลูกค้าจึงจะมอบความจงรักภักดีและความซื่อสัตย์ต่อ Brand หรือ Brand Loyalty เป็นการตอบแทน


ดังที่กล่าวไป Brand Loyalty หรือความจงรักภักดีต่อตราสินค้า คือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สินค้าหรือบริการมีความยั่งยืน เพราะ Brand Loyalty คือการสั่งสมความยอมรับนับถือที่ลูกค้ามีต่อตัวสินค้าหรือบริการ ในความหมายของนักการตลาดจะเรียกรวมว่า Brand

ในแวดวงเพลงไทย มีศิลปินจำนวนมากที่สร้าง Brand สินค้าของตนเอง ส่วนมากเป็นผลิตภัณฑ์จำพวกเครื่องสำอาง ไม่ก็สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร หรือไม่ก็เสื้อผ้าอาภรณ์ ของกินของใช้นั้นมีบ้าง แต่หนักไปทางเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มชูกำลัง หรือ Energy Drink

ส่วน Brand Loyalty ในวงการเพลงสากลนั้น มีศิลปินเพลงระดับโลกมากมาย ที่มีสินค้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของดนตรี ซึ่งนับว่าน่าสนใจในกรณีศึกษาของ Brand Loyalty เป็นอย่างมาก

หากเราตัดสินค้าหลักของศิลปินเพลงคือ แผ่นเสียง เทป และ CD รวมถึง DVD บันทึกการแสดงสดออกไปก่อน เพราะส่วนใหญ่สื่อบันทึกภาพและเสียงเหล่านั้นเป็นลิขสิทธิ์ของค่ายเพลงหรือต้นสังกัดของศิลปินโดยตรง

เราจะพบสินค้าของศิลปินเพลงระดับโลกที่เป็นบทพิสูจน์ Brand Loyalty อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งกว่า 80% มักจะเป็นสินค้าประเภทเครื่องแต่งกาย โดยมี “เสื้อยืด” เป็น “เรือธง” หรือ Flag Ship ตามมาด้วยเสื้อ Jacket หมวก และผ้าพันคออีกนิดหน่อย

นอกเหนือไปจากเครื่องแต่งกายแล้ว แฟนเพลงของศิลปินแต่ละวงหรือแต่ละคน มักชื่นชอบที่จะสะสมโปสเตอร์ อีกราว 10% ซึ่งในอดีตโปสเตอร์จะเป็นที่นิยมมากโดยเฉพาะในยุค 80 ซึ่งนอกเหนือจากโปสเตอร์ก็จะมีสติ๊กเกอร์ และสมุดภาพ รวมถึงอาจมีหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คของศิลปินแต่ละวงหรือแต่ละคนออกมากให้แฟนๆ สะสม

และแม้ศิลปินเพลงระดับโลกจะเป็นศิลปินจากประเทศตะวันตก ที่วัฒนธรรมการอ่านหนังสือหรือนิตยสารเข้มแข็ง ทว่า กลับมีเพียงนิตยสาร Rolling Stones เท่านั้นที่มีความชัดเจนที่สุดในบรรดานิตยสารของศิลปินเพลงเหล่านั้น


ราว 10 กว่าปีมานี้ มีศิลปินเพลงจำนวนหนึ่ง หัวใส คิดค้นสินค้าใหม่ขึ้นมาเพื่อทดสอบ Brand Loyalty ของบรรดาแฟนเพลงพวกเขา นั่นคือ การผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นำโดยวง Queen ที่กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งผ่านภาพยนตร์ Bohemian Rhapsody โดยวง Queen ได้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกมา 3 ตัวคือ Killer Queen Vodka, Bohemian Lager และ Queen Sryche Insania Wine

ต่อกันด้วยศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง Bob Dylan ที่ผลิต Whiskey ยี่ห้อ Heaven’s Door ซึ่งมีที่มาจากเพลง Knockin’ on Heaven’s Door เพลงที่ถูกนำไป Cover มากที่สุดเพลงหนึ่งของโลก โดย Whiskey ยี่ห้อ Heaven’s Door ของ Bob Dylan มีด้วยกัน 3 รุ่น

ส่วนวงร็อคที่ถือว่ามีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุดก็เห็นจะเป็นวง AC/DC ที่มีตั้งแต่ไวน์ AC/DC the Wine และ Back in Black Shiraz เบียร์ Rock or Bust และ Australian Hardrock เตกิลา Thunder Struck Tequila

รองจาก AC/DC ก็เห็นจะเป็น Iron Maiden ที่มีเบียร์ให้เลือกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Red and Black Beer โดยเฉพาะรุ่น Trooper มีทั้ง Original รุ่น Trooper 666 และ Trooper Hallowed Beer Light Brigade Beer

วง Kiss เป็นอีกหนึ่งวงที่มีรสนิยม นอกจาก Beer วง Kiss เน้นไวน์มากเป็นพิเศษ โดยออกมาหลายรุ่นปีและผลิตในประเทศไวน์ชั้นนำระดับโลกหลายตัวด้วยกัน

Motorhead เป็นอีกวงหนึ่งซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลากหลายให้เลือกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Motorhead Whisky, MotorheadBastards Lager, Motorhead Shiraz, Motorhead Jack Daniel’s Whiskey, Motorhead Snaggletooth Hard Cider

ปิดท้ายด้วยวงระดับตำนาน ซึ่งอาจถือว่าเป็นวงร็อคหมายเลขหนึ่งซึ่งยืนระยะมาได้จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบันในวัยที่สมาชิกในวงมีอายุ 75 อัป นั่นคือวง The Rolling Stones ซึ่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รุ่น The Rolling Stones Suntory Whiskey รุ่น Rolling Stones Jose Cuervo Tequila และรุ่น Rolling Stones Merlot

ส่วนวงร็อคหรือศิลปินเดี่ยวสายร็อคอื่นๆ ก็มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นของตัวเอง แต่ความหลากหลายยังสู้ศิลปินที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้เพราะบางวงมีเบียร์หรือไวน์รุ่นเดียวและไปร่วมผลิตกับ Brand อื่น อาทิ Metallica Budweiser Beer, Megadeth A Tout Le Monde Beer, Pearl Jam Faithfull Ale, Jimi Hendrix Purple Haze Liqueur, Ozzy Osbourne Solar Red Wine, Grateful Dead Steal Your Face, WineWhitesnake Zinfandel, Sepultura Weizen Beer, Def Leppard Pale, The Police Synchronicity Wine, Marilyn Manson Absinthe


Post Views:
350

Back to top button