วิถีชีวิต (lifestyle)

ระดับความเครียดตามเมือง

ด้วยฝูงชนที่แออัด เสียงดัง การจราจรติดขัด และพื้นที่ใช้สอยขนาดเล็ก จึงไม่น่าแปลกใจที่คนในเมืองจะเครียด และไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในเมืองใด ไม่มีทางที่จะซ่อนหรือหนีจากมันได้ ดังนั้นในบางจุดเราทุกคนรู้สึกเครียด โชคดีที่ความเครียดเป็นสิ่งที่ดี ความเครียดเล็กน้อยสามารถทำให้เราตื่นตัวและตื่นตัว ซึ่งค่อนข้างสะดวกในหลายสถานการณ์ แต่เมื่อความเครียดเพิ่มขึ้นมากเกินไป จะไม่สามารถจัดการได้และกลายเป็นผลเสียต่อสุขภาพและระดับผลิตภาพของเรา เมื่อเร็วๆ นี้ WalletHub ได้ทำการสำรวจว่าเมืองใดในอเมริกามีความเครียดมากที่สุดและน้อยที่สุด การสำรวจเปรียบเทียบ 96 เมืองที่มีประชากรมากที่สุดในอเมริกาและศึกษามิติสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ความเครียดจากการทำงาน ความเครียดทางการเงิน ความเครียดในครอบครัว และความเครียดด้านสุขภาพและความปลอดภัย นี่คือผลลัพธ์: ด้านบน 10 เครียดเมือง นวร์ก นิวเจอร์ซีย์ ดีทรอยต์ มิชิแกน คลีฟแลนด์ โอไฮโอ แจ็คสัน มิสซิสซิปปี้ ไมอามี ฟลอริดา เบอร์มิงแฮม แอละแบมา ซานเบอร์นาดิโน แคลิฟอร์เนีย โรเชสเตอร์ นิวยอร์ก ออกัสตา จอร์เจีย ชรีฟพอร์ต หลุยเซียน่า คุณอาจแปลกใจที่พบว่านิวยอร์ก นิวยอร์ก และลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย ไม่อยู่ในสิบอันดับแรกของเมืองที่มีความเครียด เมืองนิวยอร์กอยู่ในอันดับที่ 49 ในรายการและลอสแองเจลิสอยู่ในอันดับที่ . การค้นพบที่น่าสนใจจากการวิจัยคือ Cleveland, OH, Detroit, MI, Birmingham, AL, Rochester, NY และ Richmond, VA มีอัตราการหย่าร้างสูงที่สุดซึ่งส่งผลให้มีความเครียดสูง อ่าน: การอยู่ในเมืองหรือชานเมืองนั้นดีต่อสุขภาพหรือไม่? เมืองที่มีอัตราความยากจนสูงสุดห้าอันดับแรก ได้แก่ ดีทรอยต์ มิชิแกน คลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ บราวน์สวิลล์ เท็กซัส โรเชสเตอร์ นิวยอร์ก และซานเบอร์นาดิโน แคลิฟอร์เนีย สามในห้าเมืองที่มีคะแนนสูงสุดในด้านความยากจนยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในสิบอันดับแรกของเมืองที่มีความเครียดด้วย แหล่งข้อมูล: Wallethub.com, cnbc.com

  • บ้าน
  • Marketing & Digital marketing
  • วิถีชีวิต (lifestyle)
  • เครื่องใช้ในครัวเรือน (Appliances)
  • เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน (Home furniture)
  • Back to top button