วิถีชีวิต (lifestyle)

ส้มโอ สรรพคุณและประโยชน์ของส้มโอ! (Pomelo)

ส้มโอ Pomelo หรือชื่ออื่นๆ คือ โกรัยตะลอง มะขุน มะโอ ส้มมะโอ ลีมาบาลี สังอู เป็นพืชที่ผลมีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูลส้ม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus maxima คนไทยนิยมรับประทานในช่วงหน้าร้อน เนื่องจากมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีวิตามินซีสูง เป็นผลไม้ที่มีน้ำมาก ช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำได้ดี ถิ่นกำเนิดของส้มโออยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในประเทศที่อยู่ภูมิภาคใกล้ๆ กันอย่างประเทศจีน เชื่อว่าส้มโอเป็นผลไม้มงคลที่จะต้องนำขึ้นโต๊ะเมื่อมีเทศกาลต่างๆ หลังไหว้เสร็จหากผ่าออกแล้วเป็นผลแห้งหมายถึงจะโชคดีตลอดทั้งปี

Grapefruit สรรพคุณของเกรปฟรุต pomelo

ส้มโอ ชื่อสามัญ Pomelo (Pomelo มาจากคำว่า Pampelmoose ในภาษาดัตซ์ ซึ่งแปลว่า “ส้มที่มีขนาดเท่าฟักทอง”)
ส้มโอ ชื่อวิทยาศาสตร์ Citrus maxima (Burm.) Merr. จัดอยู่ในวงศ์ส้ม (RUTACEAE)

ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับในประเทศนั้นจะปลูกส้มโอมากในภาคตะวันตกและยังจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยเราอีกด้วย

สำหรับส้มโอจีนถือเป็นการเซ่นไหว้ที่สำคัญมาก เพราะเชื่อกันว่าหลังจากบูชาเสร็จแล้วหากผ่าส้มโอระหว่างผลแห้งโดยไม่ใส่น้ำจะหมายถึงความโชคดี นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของชาวจีนที่เสียชีวิตในกระบวนการกู้คืน

เกรปฟรุ้ตเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์และยังมีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่างๆอีกด้วยเนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก และยังมีวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิดโดยหลาย ๆ ส่วนจะนำไปใช้ไม่ว่าจะเป็นเปลือกใบและเมล็ดที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะฝักและฝักซึ่งมีการใช้มากที่สุด

วิธีปอกส้มโอ pomelo

โดยปกติวิธีการปอกส้มโอเรามักจะใช้มีดผ่า 6 ขั้วจากนั้นปอกเปลือกออก ด้วยวิธีนี้จะทำให้มือคุณยุ่งได้ หรือเนื้อส่วนหนึ่งจะมีน้ำมันของเปลือกติดมือ ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและเบื่ออาหารดังนั้นมาดูวิธีปอกเปลือกส้มโออย่างถูกวิธีกันดีกว่า

ใช้มีดลอกส่วนสีเขียวของฝาหน้าออก
White Peeling ซึ่งจะลอกออกง่ายและไม่มีกลิ่นมันติดผิว
เมื่อปอกเปลือกของกลีบดอกออกทีละชิ้นเท่านั้น เนื้อจะมีกลีบสวยงามและไม่ทำให้เสียความอยากอาหาร
แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลานั่งปอก. ลองใช้วิธีตามคลิปด้านล่างได้เลยครับ

ต้นกำเนิดของส้มโอ

เกรปฟรุ้ตเป็นพืชตระกูลส้มมะนาวมะกรูดส้มและเกรปฟรุต นั่นคือที่มาของชื่อสามัญของส้มโอที่แปลว่าเกรปฟรุ้ต ส้มที่มีเมล็ดฟักทองในต้นเกรปฟรุ้ตดาคมีถิ่นกำเนิดจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นมาเลเซียไทยอินโดนีเซียพม่าลาวกัมพูชา … ในประเทศไทย ในระยะแรกของการปลูกส้มโอในประเทศไทยจะปลูกบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตพระนคร และฝั่งธนบุรีจากนั้นได้มีการส่งเสริมให้ปลูกมากขึ้นทั่วภาคกลางเช่นอำเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐมสามารถปลูกได้หลายสายพันธุ์และมีการส่งเสริมการปลูกในไร่ต่าง ๆ ในเวลาต่อมา ได้แก่ พันธุ์แป้นขาว , พันธุ์ขาวพวง ฯลฯ

และปัจจุบันมีการปลูกส้มโอหลายจังหวัดเช่นชุมพรนครปฐมนครศรีธรรมราชเชียงใหม่เชียงราย

นอกจากนี้ประเทศไทยยังถือเป็นประเทศที่มีพันธุ์ส้มโอมากที่สุดในโลก และมีพันธุ์ที่ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงสุด. ซึ่งส้มโอยังเป็นหนึ่งในพืชผลส่งออกที่มีมูลค่าสูง

ประโยชน์และสรรพคุณของส้มโอ

ส้มโอเป็นผลไม้สมุนไพร ที่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งอาหารและสมุนไพรมา แต่โบราณ. ในด้านอาหารส้มโอใช้เป็นผลไม้รับประทานนำเนื้อมารับประทานจะให้น้ำผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวหรือนำเนื้อไปแปรรูปเป็นสมูทตี้หรือผสมทำไอศกรีม รวมทั้งใช้ประกอบอาหารเช่นตำอูหลง … pomelo หรือนำเส้นใยสีขาวจากเปลือกมาสับให้แห้งก่อนบดเป็นแป้ง ต่อมาถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมในขนมหวานอย่างขนม Berserk นอกจากจะใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆของเกรปฟรุตแล้ว ตัวอย่างเช่นนำเปลือกนอกมาผสมเพื่อทำธูปยากันยุงหรือส่วนด้านในสีขาวของเปลือกส้มโอถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเช่นสบู่เหลวสบู่โลชั่นบำรุงผิวหรือน้ำมันหอมระเหยเป็นต้น .

  • ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งและสวยงาม
  • ประสาทสัมผัสลมวิงเวียนเวียนศีรษะตัวสั่น.
  • ช่วยไล่ลมเสมหะยาว
  • แก้อาการไม่สบายตัวแก้อาการแน่นหน้าอก
  • ยาแก้ไอ
  • บรรเทาอาการปวดท้องน้อยและไส้เลื่อน
  • ลมในสายลม
  • จัดการกับอาการปวดท้องท้องอืด
  • แก้อาเจียน
  • ใช้ต้มน้ำอาบ
  • รักษาโรคผิวหนังเช่นลมพิษและอาการบวมที่เจ็บปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อย
  • รักษาโรคลำไส้อักเสบ
  • ช่วยขับไล่ปรสิต
  • ช่วยเจริญอาหารช่วยคืนความอ่อนเยาว์
  • แก้อาการเมาสุรา
  • รักษาอาการเจ็บคอ

ลักษณะทั่วไปของส้มโอ pomelo

ส้มโอเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่มีลำต้นค่อนข้างเหลี่ยม และมีรูปร่างผิดปกติลำต้นสูง 5-15 เมตรลำต้นแตกกิ่งก้านมาก กิ่งอ่อนมีขนปกคลุมลำต้นและกิ่งก้านมีหนามรูปใบหอกยาวประมาณ 1-5 ซม. เรือนยอดส่วนท้ายลำตัว ขนาดทรงพุ่มประมาณ 3-4 เมตรเปลือกต้นสีน้ำตาลปนเทา เนื้อไม้มีความเหนียว แต่ไม่แข็งและหักยาก

pomelo
pomelo

ใบแตกออกเป็นใบเดี่ยว ใบมีขนาดใหญ่สีเขียวเข้มหนาและเป็นมันยาว 10-12 ซม. ยาว 15-20 ซม. ใบย่อยรูปรีแกมรูปขอบขนานหรือรูปโล่โคนใบแหลมปลายใบเรียวมนและมีรอยบากหนึ่งอันใน หัวใจ. ขอบจะมีหยักเล็ก ๆ ใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน แผ่นใบด้านล่างสีเขียวซีด และปกคลุมด้วยขนนุ่ม

ออกเป็นช่อหรือดอกเดี่ยว แทงที่ปลายกิ่งอ่อน ประกอบด้วยดอกย่อยเกิดขึ้นรอบยอดและยอดด้านข้างแต่ละช่อมีตั้งแต่ 1-20 ดอกดอกขนาดใหญ่ และเป็นดอกไม้ผสมเกสรที่สมบูรณ์แบบดอกแต่ละดอกมีขนาด 3 ถึง 7 ซม. มีกลีบเลี้ยง 3-5 กลีบที่โคนดอกกลีบดอกเป็นสีขาว กลีบดอกเป็นรูปใบหอกเบอร์ 4-5 กว้าง 1.5 ซม. ยาว 3.5-4.0 ซม. กลีบดอกหนา ภายในกลีบมีเกสรเพศผู้ 20-25 อันเรียงเป็นวงกลมรอบเกสรตัวเมีย โคนเกสรเชื่อมกันเป็นกลุ่ม 4-5 กลุ่มรังไข่ด้านในสุดแบ่งออกเป็น 11-16 ร่องดอกส้มโอจะบานจากปลายดอกแรก และค่อยๆบุปผาในช่อดอกไม้พื้นฐาน

ผลไม้มีลักษณะค่อนข้างกลม บางพันธุ์มีลักษณะบางมากผลใหญ่ขนาดประมาณ 10-13 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ผลสุกมีสีเขียวเหลืองหรือเหลืองอมเหลืองขึ้นอยู่กับพันธุ์ เปลือกหpomelo นาประมาณ 1.5-2 ซม. แบ่งเป็นสามชั้นประกอบด้วยชั้นนอกสุดเรียกว่าฟลาเวโดสีเหลืองอมเขียว มีต่อมน้ำมันจำนวนมาก ชั้นถัดไปเรียกว่าอัลเบโดเป็นเนื้อเยื่ออ่อนสีขาวหนามาก และชั้นที่สามคือชั้นของเนื้อเยื่อเยื่อหุ้มเยื่อ เยื่อแบ่งเป็นกลีบเรียงเป็นวงกลม แต่ง่ายต่อการแยกเยื่อเรียกว่าถุงน้ำกลีบดอกอวบน้ำมีรสหวานหรือเปรี้ยว

เมล็ดจะรวมกันอยู่ที่แกนกลางของผลไม้ มีจำนวนตั้งแต่ 0-265 เมล็ด / ผลขึ้นอยู่กับพันธุ์ เมล็ดมีขนาดใหญ่ และมีขนาดเล็กที่สุดเมล็ดจะแบนยับมีสีเขียว – เหลือง และร่องลึกขนาดอนุภาค: 0.6-1.2 ซม.

การขยายพันธุ์ส้มโอ

ส้มโอสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ดการติดตาและการแยกหน่อ แต่โดยทั่วไปมักปลูกจากเมล็ดที่ได้จากกระบวนการหรือโดยการปลูกลำต้น เพราะจะเอาต้นที่ไม่สูงและเอาส้มโอตามพันธุ์รากที่ต้องการ

หากคุณปลูกพืชที่ไม่มีน้ำขังคุณสามารถเปลี่ยนดินเป็นแปลงได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมเช่นพื้นที่ลุ่มภาคกลางจำเป็นต้องขุดร่องเพื่อเปลี่ยนเป็นแนวดิ่ง ขนาดเตียงกว้างประมาณ 6-7 เมตรร่องลึกประมาณ 1-1.50 เมตรลึกประมาณ 1m มีพนังกั้นน้ำรอบสวน

การเตรียมหลุมและวิธีปลูกขุดหลุมปลูกขนาดประมาณ 50 ซม. แล้วตากหลุมปลูกให้แห้ง และขุดดินมาแล้ว 10-14 วันหลุมควรห่างกันประมาณ 6-8 x 6-8 เมตร (แต่ควรเป็น 7 × 7 เมตร)

หลังจากการตากดินและหลุมปลูกนำดินมาปิดหน้าหลุมพร้อมโรยปุ๋ยคอกหรืออินทรียวัตถุที่ผสมไว้ก่อนปลูกโดยทำให้ระดับดินในหลุมสูงกว่าระดับดินเดิมเล็กน้อยและคลุมด้วยฟางตอซังหรือใบไม้ที่ตายแล้วจึงปักหลัก ไม้และมัดต้นไม้เพื่อไม่ให้ต้นไม้ไหวหรือเอียงส้มโอเดียนจะเริ่มออกดอกและออกผลประมาณ 4 ปีหลังปลูกและเก็บเกี่ยว 8 เดือนหลังดอกบาน

ส้มโอพันธุ์ยอดนิยมทางการค้า ได้แก่

ทับทิมสยามผลมีสีแดงเข้มรสหวานกลิ่นหอมผิวบางสีเขียวเข้ม มีขนนุ่มปกคลุมทั่วผลมีปลูกในจังหวัดนครศรีธรรมราช
หมาสีขาวตัวใหญ่เนื้อสีขาวอมเหลืองรสเปรี้ยวอมหวานกลิ่นหอมลักษณะมีเมล็ดน้อยนิยมปลูกในจังหวัดสมุทรสงคราม
เช่นเดียวกับทองดีผลกลมโตไม่มีข้าวเหนียวปลายงอนเล็กน้อยหวานฉ่ำเนื้อสีชมพูนิยมปลูกในจังหวัดนครปฐม
ผลขาวพวงมีลักษณะกลมมีปุ่มสูงผิวเรียบสีเขียวปนเหลืองเมล็ดน้อย
เหมือนน้ำผึ้งสีขาวผลใหญ่ผลกลมสูงก้นเรียบ
พันธุ์แตงกวาขาวผลขนาดกลางรูปร่างกลมผิวบางและเนื้อสีขาวนิยมปลูกในจังหวัดชัยนาท และตามคำขวัญของจังหวัด
พันธุ์ปัตตาเวียปลูกทางภาคใต้
ท่าข่อยหลากหลายพันธุ์ที่ปลูกในจังหวัดพิจิตร

องค์ประกอบทางเคมี

สารสำคัญในเปลือกส้มโอ (ทั้งสีเขียวและสีขาว) ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันหอมระเหยและฟลาโวนอยด์เช่น naringenin, hesperetin, hesperidin, apigenin, poncirin และ eriocitin และ acridone, acronycine, anthranilate, bergamottin, camphor, citral., Limonene, limonin, linalool, myricetin, nerol, nomilin, pinene, quercetin, rutin, scopoletin, umbelliferone และยังพบสารขมในเปลือกที่เรียกว่า naringin

และจากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยเปลือกเกรปฟรุตที่สกัดด้วยวิธี TLC และ GC-MS พบว่าลิโมนีนเป็นส่วนประกอบหลักและโมโนเทอร์พีนอื่น ๆ จำนวนเล็กน้อย ได้แก่ อัลฟาพินีนซาบีนีนเบต้าพินีนเบต้า – ไมอาร์คีน , alpha-phellandrene, trans-carveol, cis-carveol และ carvone พบได้ในเนื้อเกรพฟรุต

คุณค่าทางโภชนาการของเกรปฟรุต (100 ก.)

พลังงาน 38 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 9.62 กรัม
ไฟเบอร์ 1 กรัม
ไขมัน 0.04 กรัม
โปรตีน 0.76 กรัม
วิตามินบี 1 0.034 มก. 3%
วิตามินบี 2 0.027 มก. 2%
วิตามินบี 3 0.22 มก. 1%
วิตามินบี 6 0.036 มก. 3%
วิตามินซี 61 มก. 73%
แคลเซียม 4 มก. 0%
ธาตุเหล็ก 0.11 มก. 1%
แมกนีเซียม 6 มก. 2
แมงกานีส 0.017 มก. 1%
ฟอสฟอรัส 17 มก. 2%
โพแทสเซียม 216 มก. 5%
โซเดียม 1 มก. 0%
สังกะสี 0.08 มก. 1%
% เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่แนะนำต่อวันสำหรับผู้ใหญ่

รูปแบบและขนาดการใช้งาน pomelo

pomelo เปลือกส้มโอนำไปตากแดดให้แห้งจากนั้นนำมาบดให้ละเอียดและใช้เป็นตำรับยา เปลือกต้นบดแล้วปิดทับเพื่อรักษาฝี ใช้รักษาลมพิษที่ผิวหนังใช้เปลือกครั้งละ 0.5-1 ฝานต้มกับน้ำอาบหรือทาบริเวณที่เป็นเป็นประจำ แก้ไอมีเสมหะด้วยการใช้ผลไม้สดแกะเมล็ดห่อเป็นชิ้นเล็ก ๆ แช่น้ำค้างคืน จากนั้นต้มผสมกับน้ำผึ้ง นำมาผสมหลาย ๆ อย่างกินเป็นประจำเพื่อบรรเทาอาการปวดหัว โดยนำมาหลาย ๆ ใบแล้วพอกบริเวณศีรษะ. หรือนำใบไปตากแห้งใช้น้ำดื่มแทนน้ำชาแก้ปวดท้องแก้ลำไส้อักเสบช่วยขับลมหรือนำใบสดบดมาบดปิดอาการปวดบวมที่เกิดจากแมลงสัตว์กัดต่อย และขนาดของลูกเดือยที่ใช้กันทั่วไปในตำรับยาจีนคือ 3-6 กรัม

การวิจัยทางเภสัชวิทยา

แก้ไอขับเสมหะและฤทธิ์ต้านการอักเสบทดสอบอาการไอขับเสมหะและฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดจากเปลือกส้มโอ 4 ชนิดซึ่ง ได้แก่ สารสกัด 50% เอทานอล 70% เอทานอลและเอทานอล 90% ในหนูขาวพบว่ามีเพียงสารสกัดที่เป็นน้ำและ 70% เอทานอลมีประสิทธิภาพ โดยสกัดน้ำ 1005 มก. / กก. น้ำหนักตัวและสกัด 70% เอทานอลขนาด 493 มก. / กก. น้ำหนักตัว. พบว่าสามารถลดความถี่ของการไอในหนูที่เกิดจากแอลกอฮอล์แอมโมเนียมเพิ่มการหลั่งฟีนิลแดง (ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีฤทธิ์ฆ่าเสมหะ) และลดอาการหูบวมในหนู % เอทานอลทำงานได้ดีกว่าสารสกัดจากน้ำ

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและลดไขมันในเลือด การศึกษาหนึ่งเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและการทำงานของไขมันในเลือดของสารสกัดจากส้มโอต่างๆในประเทศไทย ได้แก่ เขาใหญ่ทองดีขาวแตงกวาขาวน้ำผึ้งท่าข่อยและทับทิมสยาม พบสารสกัดจากส้มโอขาว จะมีปริมาณฟีนอลิกสูงสุดและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าราก 1,1-diphenyl-2-pireyhydrazyl และ hydroxyl radical มากกว่าพันธุ์อื่น ๆ ในขณะที่สารสกัดจากแตงกวาขาวและท่าข่อยสารฟลาโวนอยด์หลักที่พบคือนาริงซินและนาริงอีนิน สารสกัดจากเกรพฟรุต 6 ชนิดมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด สามารถยับยั้งเอนไซม์ไลเปสตับอ่อนและโคเลสเตอรอลเอสเทอเรสของตับอ่อนยับยั้งโคเลสเตอรอลไมเซลลและยับยั้งการจับตัวของกรดน้ำดี เมื่อนำส้มโอทั้ง 6 พันธุ์มาจัดกลุ่มด้วยการวิเคราะห์กลุ่ม. (การวิเคราะห์คลัสเตอร์ตามลำดับชั้น) โดยองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา. แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ 1 ได้แก่ ทองดีทับทิมสยามขาวแตงกวาและท่าข่อยมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและมีปริมาณฟีนอลต่ำถึงปานกลางและกลุ่มที่ 2 มีสีขาวมาก น้ำผึ้งขาวชนิดใดจะมีปริมาณฟีนอลิกสูงและมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาสูง

pomelo
pomelo

การปกป้องตับจากสารพิษงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทดสอบการฉีดคาร์บอนเตตระคลอไรด์ในหนู จากนั้นให้หนูกินผงสกัดเกรปฟรุต ตระหนักดีว่าสารสกัดแบบผงสามารถช่วยลดไวรัสตับอักเสบ การสะสมของธาตุเหล็กที่ลดลงอาจทำให้ตับวายได้ และได้รับการป้องกันอย่างมีนัยสำคัญตับของหนูทดลองจากสารพิษในการศึกษาอื่นสองกลุ่มแรกกินอาหารที่แตกต่างกันด้วยสารสกัดจากเกรปฟรุตและอีกสองกลุ่มกินอาหารที่ไม่มีสารสกัด ผลการทดลองพบว่าการอดอาหารร่วมกับสารสกัดจากใบเกรพฟรุตสามารถช่วยลดระดับไขมันในตับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ได้ การวิจัยยังพบว่าสารประกอบฟีนอลิกในเกรปฟรุตอาจมีผลในการป้องกันตับจากสารพิษ ช่วยลดไขมันในเลือดต้านการอักเสบและสามารถต้านอนุมูลอิสระ

กิจกรรมต้านเชื้อแบคทีเรียงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่าน้ำมันเกรพฟรุตสามารถช่วยต่อสู้กับแบคทีเรีย E. Coli หรือ Salmonella ที่มักปนเปื้อนในอาหารซึ่งนำไปสู่อาหารเป็นพิษ เช่นเดียวกับการศึกษาอื่น ๆ การใช้น้ำมันหอมระเหยสกัดเย็นจากเกรปฟรุตและเกรปฟรุต พบว่าน้ำมันหอมระเหยดังกล่าวสามารถมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย นอกจากนี้ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อย่างปลอดภัย

ผลการรักษาโรคเบาหวานจากการศึกษาพบว่าสารประกอบฟีนอลที่สกัดจากเปลือกเกรพฟรุตยับยั้งเอนไซม์แอลฟา – อะไมเลส (α-amylase) และอัลฟา – กลูโคซิเดส (α-glucosidase) รวมถึงการยับยั้ง AGEs และมีผลในการลดน้ำตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร

การศึกษาทางพิษวิทยา

ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาความเป็นพิษ จากการรับประทานเนื้อและเปลือกส้มโอ แต่มีการศึกษาความเป็น พิษต่อเซลล์มะเร็งของสารสกัดจากใบส้มโอ เมื่อนำสารสกัดเฮกเซน, คลอโรฟอร์ม, เอทิลอะซีเตท, บิวทานอล และน้ำจากใบส้มโอ ความเข้มข้น 50, 100, 200 มคก./มล. ทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็ง 5 ชนิด ได้แก่ เซลล์มะเร็งปอด NCI-H460, เซลล์มะเร็ง neuroblastoma SK-N-H460, เซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ HCT-15, เซลล์มะเร็งปากมดลูก Hela และเซลล์มะเร็งเต้านม MCF-7 พบว่าสารสกัดคลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ดีที่สุด โดยมีค่า IC50 ต่อเซลล์มะเร็งทั้ง 5 ชนิด เท่ากับ 81.18, 129.56, 114.94, 56.54 และ 176.93 มคก./มล ตามลำดับ แต่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปกติของปอด สารสกัดคลอโรฟอร์ม ความเข้มข้น 50, 100, 150, 200 มคก./มล. เหนี่ยวนำให้เกิดการตายแบบ apoptosis ของเซลล์มะเร็ง Hela โดยทำให้เกิดการแตกหักของ DNA (DNA fragmentation) และยับยั้งการแสดงออกของยีน Bcl-2 ซึ่งมีผลกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ caspase และการสลายตัวของโปรตีน poly (ADP-ribose) polymerase (PARP) เมื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมี พบว่าสารสำคัญประกอบด้วยสารในกลุ่ม polymethoxylated flavones ได้แก่ isosinensetin, sinensetin, tetramethyl-o-isoscutellarein, nobiletin, tangeretin และ 5-hydroxy-6,7,8-3′,4′-pentamethoxyflavone และมีงานวิจัยที่เกี่ยวกับอันตรกิริยาระหว่างส้มโอกับยา อย่างเช่น ทีมวิจัยของ Guo LQ. et al (2007) ได้ทดสอบและเปรียบเทียบผลที่เกิดจากอันตรกิริยาระหว่าง Felodipine (ยาลดความดันโลหิต) กับเกรปฟรุต และอันตรกิริยาระหว่าง Felodipine กับส้มโอ พบว่า ทั้ง เกรปฟรุตและส้มโอ มีสารกลุ่ม Fluranocoumarins ที่สามารถยับยั้ง Cytochrome P450 (กลุ่ม CYP 3A4) ในร่างกายมนุษย์ ได้เหมือนกัน แต่เกรปฟรุตมีสาร Fluranocoumarins ในปริมาณที่มากกว่าที่มีในส้มโอ (โดยเฉลี่ยประมาณ 2 เท่า) จึงส่งผลต่อระดับยาในเลือดได้มากกว่า

และมีการทดลองในชายไทยสุขภาพดี 14 คน โดยให้รับประทานส้มโอ (พันธุ์ทองดี) ในปริมาณ 250 กรัม เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก่อนที่จะให้ยา Cyclosporin (ยากดภูมิคุ้มกันของร่างกายหลังปลูกถ่ายอวัยวะ) และเมื่อทานยาแล้ว รับประทานส้มโอ (ในปริมาณเดิม) อีกครั้งหลังได้รับยาไปแล้ว 10 นาที แล้วทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับยาเมื่อครบ 24 ชั่วโมง การทดลองนี้พบว่า ส้มโอในปริมาณดังกล่าว สามารถเพิ่มระดับยา Cyclosporin ในเลือดได้ประมาณ 30% แต่การศึกษานี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับคำแนะนำในการปรับขนาดยา หรือข้อแนะนำในการรับประทานส้มโอว่า ควรรับประทานห่างจากยาเป็นระยะเวลาเท่าไร เนื่องจากการศึกษานี้ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้และการวิเคราะห์สารเคมีในส้มโอ

หมายเหตุเมื่อรับประทานเกรปฟรุต pomelo

แม้ส้มโอมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน และไม่ก่อให้เกิดอันตรายสำหรับคนทั่วไปเมื่อบริโภคในรูปแบบอาหาร แต่ส้มโอเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับเกรปฟรุต จึงอาจเกิดปฏิกิริยาขึ้นได้เมื่อใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาลดไขมันในเลือด และยาแก้แพ้บางชนิด เป็นต้น ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลหรือการทดลองใดยืนยันถึงผลข้างเคียงหรือปฏิกิริยาของส้มโอกับยาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งส้มโอบางชนิดยังมีค่าดัชนีน้ำตาลค่อนข้างสูง เสี่ยงทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการรับประทานส้มโอเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อต้องรับประทานยา pomelo

ควรรับประทานส้มโอในปริมาณเหมาะสม หรือรับประทานส้มโอสลับกับผลไม้ชนิดอื่นที่หวานน้อยกว่า เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป
ควรรับประทานส้มโอแต่พอดีไม่รับประทานมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องเสีย และปวดมวนท้องได้
ส้มโอเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับเกรปฟรุต จึงอาจเกิดปฏิกิริยาขึ้นได้เมื่อใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาลดไขมันในเลือด และยาแก้แพ้บางชนิด
หลีกเลี่ยงการรับประทานส้มโอในช่วงที่ใช้ยา เช่น ยา Simvastin, Crizotinib, Halofantrine, Dronedarone และ Domperidone เป็นต้น หรือปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนเกี่ยวกับปฏิกิริยาของยาที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อรับประทานส้มโอ

ส้มโอและน้ำมะนาวสำหรับลดน้ำหนัก pomelo

เกรปฟรุตเป็นผลไม้ที่แปลกมาก แต่ถ้าคนสนใจลดน้ำหนักแล้วพวกเขาก็ค่อนข้างตระหนักถึงผลไม้ชนิดนี้ เพราะบ่อยครั้งที่เกรปฟรุตถูกใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มลดน้ำหนัก บางคนเรียกว่าส้มผลไม้โดยไม่ผิด ใครที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักให้ตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน มาเรียนรู้สูตรน้ำเกรพฟรุตและน้ำมะนาวกันเถอะสูตรนี้ช่วยให้ทุกคนลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

ส่วนผสมเกรพฟรุตและน้ำมะนาว

pomeloส้มโอคั้นสด 1 ถ้วยน้ำมะนาวคั้นสดครึ่งถ้วยน้ำตาลเล็กน้อยน้ำครึ่งถ้วยน้ำแข็ง

ขั้นตอนการทำส้มโอและน้ำมะนาว

นำน้ำตาลไปผสมกับน้ำเชื่อมโดยเทน้ำทิ้งก่อน รอจนน้ำเดือดใส่น้ำตาลและคนให้เข้ากันจนน้ำและน้ำตาลกลายเป็นน้ำเชื่อม นำออกจากเตาเทใส่กล่องปล่อยให้เย็น
ใส่เกรปฟรุ้ตและน้ำมะนาวที่สดที่สุดในเครื่องปั่น

ใส่น้ำเชื่อมตามด้วยน้ำแข็งปั่นจนได้เนื้อเนียนพร้อมดื่ม การเสริมน้ำเชื่อมนี้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการลดน้ำหนักอย่าให้มันหวาน บางคนอาจเลือกที่จะไม่ใส่สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกเขา

หลังจากผสมจนได้ที่ต้องการเทใส่แก้วตอนนี้คุณจะมีน้ำเกรพฟรุตและมะนาวสำหรับการลดน้ำหนักง่ายๆ

สรรพคุณดีๆ ของน้ำเกรปฟรุตผสมมะนาว

เกรปฟรุตจัดเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซี แอนติออกซิแดนท์ และฟลาโวนอยด์สูงมาก เมื่อดื่มเข้าไปจะช่วยในเรื่องของการลดคลอเรสเตอรอล ลดความดันโลหิต ยังมีสารอาหารอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดซิตริก โพแทสเซียม ส่งผลดีกับตับ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ล้างสารพิษเสียให้ขับถ่ายออกมา pomelo  เป็นการทำความสะอาดร่างกายส่งผลให้ร่างกายมีความกระชับ กระปรี้กระเปร่า เป็นการลดน้ำหนักที่ดีอย่างมากทีเดียว เมื่อมีการผสมมะนาวเข้าไปอีกก็ยิ่งช่วยในเรื่องการขับถ่ายได้อย่างดี ไม่ต้องกลัวเรื่องของเสียในร่างกาย เมื่อมีการขับถ่ายดี การลดน้ำหนักก็เป็นเรื่องง่ายมากขึ้นกว่าเดิมเปรียบแล้วเหมือนการได้ดีท็อกซ์จากธรรมชาติไม่ต้องพึ่งสารหรือตัวยาใดๆ ให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย

การเลือกดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยในการลดน้ำหนักอย่างเกรปฟรุตผสมน้ำมะนาว นอกจากได้สุขภาพดีแล้วยังได้ความอร่อยของการทำน้ำผลไม้สูตรนี้ดื่มเองอีกต่างหาก เป็นความเข้ากันที่ลงตัวสุดๆ

pomelo เกรปฟรุ้ตช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

เกรปฟรุ้ตมีผลต่อการลดน้ำหนักในเชิงบวกจริงๆ ซึ่งพบกับรสเปรี้ยวของเกรปฟรุตมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนจึงช่วยลดไขมันในร่างกาย เริ่มต้นด้วยการดื่มน้ำเกรพฟรุตในตอนเช้า ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกายไม่เหมือนผลไม้ลดน้ำหนักทั่วไป แค่ช่วยให้อิ่มท้องง่ายๆเกรปฟรุตให้พลังงานเพียง 53 แคลอรี่ และยังให้ไฟเบอร์ประมาณ 2 กรัมจึงไม่น่าแปลกใจสำหรับคนรักสุขภาพ โดยปกติแล้วเกรปฟรุตจะรับประทานครั้งละครึ่งหนึ่งก่อนอาหารแต่ละมื้อเกรปฟรุตยังช่วยให้น้ำตาลในเลือดคงที่ โดยการลดระดับอินซูลินช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานจากอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

pomelo
pomelo

ใช้ความระมัดระวังในการรับประทานเกรปฟรุ้ต (Grapefruit)

สถาบันวิจัยสุขภาพ Lawson แห่งมหาวิทยาลัย Western Ontario ประเทศแคนาดาระบุว่ายามากกว่า 43 ชนิดอาจส่งผลต่อเกรปฟรุตหากคุณกินหรือดื่มน้ำเกรพฟรุต จะนำไปสู่อาการ Overdose หรือการใช้ยาเกินขนาดได้ ยกตัวอย่างง่ายๆนั่นคือถ้าเรากินยาเพื่อให้ได้ผลเหมือนกับที่เรากินยา 5 ถึง 10 เม็ดมันอันตรายมาก

ตัวอย่างยาที่ไม่ควรรับประทานกับเกรปฟรุ้ต (Grapefruit)
1. ยาต้านมะเร็ง
2. ยาลดระดับคอเลสเตอรอล
3. ยาที่ใช้ในการกดภูมิคุ้มกัน
4. ขี้ผึ้งลดความอ้วน simvastatin (Zocor), atorvastatin (Lipitor)
5. Nefidipine (Procardia, Adalat CC)
6. ยารักษาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Amiodarone)
7. ยาคลายกังวล (Buspirone)
8. เฟกโซเฟนาดีนแอนติฮิสตามีน (Telfast)

เกรปฟรุ๊ต เผาผลาญไขมัน ลดระดับอินซูลิน

เกรปฟรุ๊ต เป็นผลไม้ประเภทส้ม เป็นลูกผสมระหว่างส้มโอและส้ม ส่วนใหญ่นิยมกินเกรปฟรุตเป็นอาหารเช้า จะกินเป็นผลตรง ๆ หรือจะนำไปแปรรูปเป็น ฟรุตสลัด ทำน้ำผลไม้ เยลลี่ ก็ได้

โดยเกรปฟรุ๊ตนั้น มีวิตามินซี และ เฮสเพอเรตินสูง ซึ่งมีหน้าที่ในการช่วยป้องกันและลดมะเร็งในท้อง ปาก หลอดอาหาร รวมถึงสามารถช่วยลดความดันโลหิตสูง ทั้งยังเพิ่มโคเลสเตอรอลดีและลดโคเลสเตอรอลเสียด้วยด้วย นอกจากนั้นแล้วยังอุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม กรดซิตริก ซึ่งส่งผลดีต่อตับเป็นพิเศษ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น

และเกรปฟรุตยังนิยมนำมาสกัดเอากลิ่นมาใช้ผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงามมากมาย เนื่องจากให้กลิ่นที่สดชื่น รู้สึกผ่อนคลายเมื่อใช้

ประโยชน์ของน้ำเกรปฟรุต pomelo

ทำให้สดชื่น กระฉับกระเฉง ลดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ผ่อนคลาย
ป้องกันการเป็นไข้หวัดได้ดี
ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ในปาก ท้อง และหลอดอาหาร
ลดโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ลดโคเลสเตอรอล
มีคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณขาวกระจ่างใส
ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
จะเห็นได้ว่ามีประโยชน์มากมาย แต่การที่เราจะรับประทานเกรปฟรุตนั้น ห้ามทานร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยารักษามะเร็ง, คอเลสเตอรอล, ความดันเลือด อย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เราได้รับสารนั้นมากเกินไปเพราะมีอยู่ในทั้งเกรปฟรุตและอยู่ในยาอยู่แล้วนั้นเอง

อย่างไรก็ตามควรศึกษาข้อมูลในบางสถานที่ และเปรียบเทียบข้อมูลเพื่อความชัดเจนเนื่องจากข้อมูลบางอย่างอาจไม่มีหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจน หรือหากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

คำสำคัญ

  • Pomelo
  • Grapefruit
  • Pomelo vs grapefruit
  • Pomelo tinh dầu

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Back to top button